วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แซมเบีย-กินีปิดพรมแดนสกัดอีโบลา

"แซมเบีย-กินี"ปิดพรมแดนติดกับสองประเทศเพื่อสกัดอีโบลาระบาด ขณะ "ไนจีเรีย"เรียกร้องขออาสาสมัครเพิ่ม

หลังจากองค์การอนามัยโลก (ฮู) ประกาศให้การระบาดของอีโบลา เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศได้เพียง 1 วัน หลายประเทศที่อยู่ห่างไกลอย่างอินเดีย ก็ออกมาตรการเข้มงวด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสนี้ ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนไปเกือบ 1,000 คนแล้ว และแม้ว่าฮู จะไม่ได้ห้ามการเดินทางระหว่างประเทศ แต่มีบางประเทศ เริ่มออกมาตรการสกัดการเดินทางเองแล้ว

เริ่มจากแซมเบีย ประกาศห้ามพลเมืองจากประเทศที่เผชิญการระบาดของอีโบลาเข้าประเทศ ส่วนชาด ระงับเที่ยวบินทุกเที่ยวจากไนจีเรีย ซึ่งเป็นประเทศหนึ่งที่กำลังเผชิญการระบาด เช่นเดียวกับ กินี, เซียราลีโอนและไลบีเรีย ซึ่งฮู ระบุว่าเป็นการระบาดที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 4 ทศวรรษ

ทางการไนจีเรีย ที่ได้ชื่อว่า เป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในแอฟริกา ระบุว่า กำลังต้องการอาสาสมัครเนื่องจากขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ ส่วนรัฐบาลกินี ประกาศว่า กำลังปิดพรมแดนที่ติดกับไลบีเรียและเซียราลีโอนชั่วคราว เพื่อให้ทั้งสามประเทศ มีเวลาในการดำเนินการเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค ส่วนเซียร่าลีโอน วางกำลังทหาร 1,500 นายเพื่อบังคับใช้มาตรการกักโรคในสองพื้นที่ทางตะวันออกของประเทศ ที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นต้นตอการระบาดของโรค

อินเดีย ประเทศที่มีประชากร 1,250 ล้านคน ก็ตื่นตัวและเตรียมพร้อมเช่นกัน โดยเฉพาะตามสนามบินทุกแห่ง และรัฐบาลได้เปิดสายด่วนฉุกเฉินเพื่อคอยให้ความช่วยเหลือด้วย เนื่องจากมีพลเมืองเกือบ 45,000 คน อาศัยอยู่ใน 4 ชาติ ที่เผชิญการระบาดของอีโบลา และเป็นไปได้ ที่พวกเขาจะเดินทางกลับบ้าน ถ้าสถานการณ์การระบาดเลวร้ายลง

ขณะเจ้าหน้าที่ทางการแคนาดา เปิดเผยว่า มีผู้ป่วยที่เพิ่งเดินทางกลับจากไนจีเรีย ถูกส่งไปกักโรคที่โรงพยาบาลในนครโตรอนโต รัฐออนตาริโอ หลังแสดงอาการว่ามีไข้ และเป็นไปได้ว่าอาจจะติดเชื้อไวรัสอีโบลา เนื่องจากไนจีเรีย เป็นหนึ่งในหลายประเทศในแอฟริกาตะวันตก ที่ยืนยันการระบาดของไวรัสอีโบลา ที่กำลังระบาดครั้งใหญ่ที่สุดในโลกขณะนี้ และทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 961 คน ติดเชื้ออีกเกือบ 1,800 คน นับตั้งแต่เริ่มการระบาดเมื่อช่วงต้นปี

ผู้ป่วย ซึ่งเป็นชาย และไม่ได้รับการเปิดเผยชื่อ กำลังอยู่ระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาลไม่ไกลจากนครโตรอนโต ซึ่งโรงพยาบาลแถลงว่า ได้ใช้มาตรการควบคุมการติดเชื้อระดับสูงสุดในแผนกฉุกเฉิน เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน ซึ่งรวมถึงการคัดแยกผู้ป่วย และคณะแพทย์ทำงานอย่างใกล้ชิด กับบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ทางการแพทย์เพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรค

ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านสาธารณสุข ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาในออนตาริโอ และความเสี่ยงที่คนในออนตาริโอ จะติดเชื้อนั้นต่ำมาก

ด้านบุคลากร ที่ปฏิบัติภารกิจด้านการแพทย์ของไลบีเรีย เรียกร้องขอเพิ่มค่าตอบแทน และสภาพการทำงานที่ดีขึ้น ระหว่างการประชุมร่วมกับประธานาธิบดีเอลเลน จอห์นสัน เซอร์ลีฟ ที่กรุงมอนโรเวีย เมื่อวันเสาร์ (9 ส.ค.)

ข้อพิพาทอันเนื่องมาจากความไม่พอใจรายได้และสภาพการทำงานของบุคลากรในวงการแพทย์เหล่านี้ มีขึ้นในขณะที่ไลบีเรีย กำลังต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลา ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 300 คน ขณะที่บุคลากรที่ปฏิบัติภารกิจด้านการแพทย์ติดเชื้อแล้วอย่างน้อย 40 คน ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายคนรู้สึกว่า ในขณะที่พวกเขาเป็นแนวหน้าของการสู้ไวรัสมรณะ รัฐบาลกลับล้มเหลวในการรักษาสัญญาที่จะปรับปรุงสภาพการทำงานของพวกเขาให้ดีขึ้น

ด้านประธานาธิบดีเซอร์ลีฟ ขานรับข้อเรียกร้อง ด้วยการสัญญาว่า จะรีบพิจารณาความเดือดร้อนของบุคลากรเหล่านี้ แต่ก็ขอให้อดทน รัฐจะจ่ายค่าตอบแทนตามที่รับปากไว้ภายในสัปดาห์หน้า