วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กบฏยูเครนยอมมอบกล่องดำ

กบฏยูเครนยอมมอบกล่องดำ ติงมาเลย์แอร์ไลน์สบินผ่านซีเรีย

กลุ่มแบ่งแยกดินแดนยูเครน มอบกล่องดำแก่มาเลย์ พร้อมเปิดทางลำเลียงศพผู้โดยสาร มอบแก่ตัวแทนเนเธอร์แลนด์ ด้านรัสเซียยันไม่เคยให้ขีปนาวุธ "บุค" กับกลุ่มกบฏ แถมอ้างมีเครื่องบินทหารยูเครนอยู่ไม่ไกลจากเที่ยวบินเอ็มเอช 17 ก่อนเครื่องบินตก

กลุ่มแบ่งแยกดินแดนยูเครนส่งมอบกล่องบันทึกข้อมูลการบินและกล่องบันทึกบทสนทนานักบิน ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์สเที่ยวบินเอ็มเอช 17 ที่ตกลงทางตะวันออกของยูเครน ให้แก่คณะเจ้าหน้าที่มาเลเซียที่เดินทางไปถึงเมืองโดเนสต์

แหล่งข่าวเผยว่า อุปกรณ์ดังกล่าวดูเหมือนอยู่ในสภาพดี มีความเสียหายเพียงเล็กน้อย ซึ่งมาเลเซียจะเก็บรักษาไว้อย่างดีก่อนส่งมอบให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่สอบสวน

อย่างไรก็ตาม ไม่ชัดเจนว่ากล่องดำจะมีประโยชน์มากน้อยเพียงใดในการตัดสินว่าเกิดอะไรกับเที่ยวบินดังกล่าว ขณะที่กระทรวงต่างประเทศรัสเซียกล่าวว่า รัฐบาลกรุงมอสโกพร้อมให้ความช่วยเหลือเต็มรูปแบบแก่ผู้สอบสวนนานาชาติ รวมถึงจัดหาผู้เชี่ยวชาญให้

การส่งมอบกล่องดำมีขึ้นหลังจากนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัก แห่งมาเลเซีย ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายอเลกซานเดอร์ โบโรได ที่สถาปนาตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐโดเนสต์ อันเป็นจุดที่เครื่องบินตก โดยนายนาจิบกล่าวด้วยว่า นายโบโรไดตกลงที่จะให้มีการลำเลียงศพผู้เสียชีวิต 282 ศพ ไปเมืองคาร์คิฟและส่งมอบให้ตัวแทนของรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ จากนั้นจะมีการนำศพไปกรุงอัมสเตอร์ดัม

ส่วนศพของผู้โดยสารชาวมาเลเซีย จะถูกนำกลับไปยังมาเลเซีย หลังจากมีการพิสูจน์ทางนิติเวชแล้ว

หยุดยิงรัศมี10กม.

นอกจากนั้น ยังจะมีการรับรองความปลอดภัยแก่ผู้ตรวจสอบอิสระระหว่างประเทศในการเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุด้วย โดยนายโบโรได กล่าวว่าจะสั่งให้มีการหยุดยิงในรัศมี 10 กม.รอบจุดเกิดเหตุ

ก่อนหน้านี้ รัสเซียสนับสนุนมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ประณามเหตุเครื่องบินตกพร้อมเรียกร้องให้เปิดทางให้เข้าถึงจุดเกิดเหตุ ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงประจำกระทรวงกลาโหมของรัสเซียยืนยันว่า รัสเซียไม่ได้ให้ระบบขีปนาวุธบุค หรืออาวุธประเภทใดแก่กลุ่มแบ่งแยกดินแดน พร้อมระบุว่าตรวจไม่พบการยิงขีปนาวุธใกล้เส้นทางบินของเที่ยวบินเอ็มเอช 17 และขอให้สหรัฐนำภาพถ่ายดาวเทียมมายืนยัน หากมีหลักฐานจริง

นอกจากนั้น รัสเซียยังระบุว่ามีบันทึกที่ระบุว่าเครื่องบินทหารยูเครนลำหนึ่งบินอยู่ห่างเครื่องโบอิง 777 ของเที่ยวบินเอ็มเอช 17 เพียง 3-5 กม.ก่อนเครื่องบินตก

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีเปโตร โปโรเชนโกของยูเครน ปฏิเสธข้ออ้างนี้ว่าปราศจากความรับผิดชอบและเป็นการพูดเท็จของรัสเซีย พร้อมกล่าวว่า ยูเครนจะเปิดสอบสวนเหตุเครื่องบินตกและรัสเซียควรนำเสนอหลักฐานประกอบคำพูดดังกล่าว

รัสเซียยังเรียกร้องให้ประชาคมโลกเป็นแกนนำในการสอบสวนเหตุเครื่องบินตก ไม่ใช่ให้ยูเครนเป็นแกนนำ โดยนางลุดมิลลา โวรอบเยวา ทูตรัสเซียประจำมาเลเซีย แถลงว่าสถานการณ์ค่อนข้างพิเศษมาก จุดเกิดเหตุเป็นสนามรบ ดังนั้นจึงคิดว่าประชาคมโลกน่าจะมีความยืดหยุ่นเกี่ยวกับข้อเท็จจริงและกระทำการอันเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

"รัสเซียเรียกร้องให้องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ อันเป็นหน่วยงานของสหประชาชาติ ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างถี่ถ้วนและเต็มรูปแบบตั้งแต่แรก" นางโวรอบเยวา ระบุ

มาเลเซียแอร์ไลน์สบินผ่านซีเรีย

สายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์สเผชิญเสียงวิจารณ์อีก หลังจากไฟลท์ดาตาเผยข้อมูลว่าเที่ยวบินเอ็มเอช 4 ของสายการบิน ได้บินเหนือน่านฟ้าซีเรีย ซึ่งต่อมาทางมาเลเซียแอร์ไลน์สยืนยันว่าเที่ยวบินเอ็มเอช 4 ระหว่างกรุงกัวลาลัมเปอร์-ลอนดอน ได้เปลี่ยนเส้นทางบินจากน่านฟ้ายูเครน และบินเหนือซีเรียเมื่อวันอาทิตย์ (20 ก.ค.)

ทั้งนี้ ซีเรียเป็นประเทศหนึ่งที่กำลังมีการสู้รบ แต่มาเลเซียแอร์ไลน์สแถลงว่าเส้นทางบินเหนือซีเรีย เป็นเส้นทางหนึ่งที่ได้รับการอนุมัติจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ซึ่งระบุว่าองค์การการบินพลเรือนซีเรียแจ้งว่าน่านฟ้าซีเรียไม่ได้ถูกจำกัด

อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวนี้เรียกเสียงวิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีผู้โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์ว่า "พวกนี้เป็นอะไร มาเลเซียบินผ่านซีเรีย" ส่วนอีกคนหนึ่งโพสต์ว่า "อยากเสียเครื่องบินอีกลำหนึ่งหรือ"

ก่อนหน้านี้ มาเลเซียแอร์ไลน์สกับรัฐบาลมาเลเซีย ปกป้องเส้นทางบินของเอ็มเอช 17 เหนือน่านฟ้ายูเครนว่าองค์การการบินพลเรือนอนุมัติให้บินในเส้นทางดังกล่าวได้ พร้อมชี้ว่าสายการบินใหญ่ๆ หลายสายก็ใช้เส้นทางบินนี้ อย่างไรก็ตาม บางสายการบินได้เลิกบินเส้นทางนี้ไปหลายเดือนแล้ว

รายงานข่าวระบุว่า สายการบินต่างๆ พยายามหาเส้นทางบินให้ตรงมากที่สุดเพื่อลดเวลาบินและลดต้นทุนเชื้อเพลิง แต่เหตุการณ์ที่เกิดกับเอ็มเอช 17 ซึ่งบินจากอัมสเตอร์ดัมไปกัวลาลัมเปอร์ สะท้อนถึงความเสี่ยงจากการบินเหนือจุดเสี่ยงในโลก โดยนอกจากซีเรียกับยูเครนแล้ว การสู้รบในอัฟกานิสถานและบางจุดในตะวันออกกลาง ทำให้เป็นการยากที่จะหาเส้นทางบินที่ปลอดจากความขัดแย้งสำหรับการเดินทางทางอากาศที่มีความแออัดอยู่แล้ว