หุ้นสหรัฐปิดบวก หลังได้แรงหนุนจากผลประกอบการธุรกิจ และรายงานยอดขายบ้านมือสองเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น2.6%
หุ้นสหรัฐปิดตลาดแดนบวก หลังได้แรงหนุนจากผลประกอบการภาคธุรกิจที่ดีเกินคาด ประกอบกับรายงานยอดขายบ้านมือสองเดือนมิ.ย.ที่เพิ่มขึ้น 2.6% และตลาดคลายกังวลเกี่ยวกับวิกฤติในยูเครนและฉนวนกาซา
ทั้งนี้ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 60.01 จุด หรือ 0.35% ปิดตลาดที่ 17,111.74 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ขยับขึ้น 9.82 จุด หรือ 0.50 % ปิดที่ 1,983.45 จุด และดัชนีแนสแดก เพิ่มขึ้น 31.31 จุดหรือ 0.71% ปิดที่ 4,456.02 จุด
ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปิดปรับตัวขึ้นในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนขานรับรายงานผลประกอบการโดยรวม ที่ออกมาแข็งแกร่ง ประกอบกับสถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลายลง
เวอไรซอน คอมมิวนิเคชันส์ ซึ่งเป็นบริษัทโทรคมนาคมไร้สายรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ รายงานผลกำไรและรายได้ไตรมาสสองที่ดีกว่าคาดการณ์ โดยหุ้นของบริษัทบวก 0.14% มาซื้อขายที่ 50.77 ดอลลาร์
ขณะที่บริษัทดูปองท์ ผู้ผลิตสารเคมี รายงานผลกำไรไตรมาสสอง สอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด ขณะที่รายได้น้อยกว่าการคาดการณ์เล็กน้อย
ด้านหุ้นโคคา-โคล่าร่วงลง 3.07% แตะ 41.40 ดอลลาร์ หลังจากที่บริษัทเผยผลกำไรที่สูงกว่าคาดการณ์ แต่ยอดขายต่ำกว่าคาด ส่วนหุ้นแมคโดนัลด์ร่วง หลังเผยกำไรและยอดขายต่ำกว่าคาดการณ์
นอกจากนี้ สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ หรือเอ็นเออาร์ เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือนมิ.ย. แตะระดับ 5.04 ล้านยูนิต โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่สามติดต่อกัน และแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.ปีที่แล้ว หรือในรอบแปดเดือน ถือเป็นสัญญาณว่า ตลาดที่อยู่อาศัยกำลังฟื้นตัวขึ้น หลังจากซบเซามานานหลายเดือน
ยอดขายบ้านมือสองที่เพิ่มขึ้นในเดือนที่แล้ว ได้รับปัจจัยหนุนจากตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งขึ้น รวมถึงปริมาณบ้านในตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น และราคาบ้านที่ชะลอความร้อนแรง โดยยอดขายเดือนมิ.ย.มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นแตะ 5 ล้านยูนิต จากระดับ 4.91 ล้านยูนิตในเดือนพ.ค.





