'อสังหาฯพิษณุโลก'บูมรับเออีซี แห่ผุดโครงการดันที่ดินราคาพุ่ง

'อสังหาฯพิษณุโลก'บูมรับเออีซี แห่ผุดโครงการดันที่ดินราคาพุ่ง

สำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์พิษณุโลก นักลงทุนส่วนกลางตบเท้าเข้าพื้นที่ 30โครงการ มูลค่ากว่า10,000ล้านบาท

สำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์พิษณุโลก นักลงทุนส่วนกลางตบเท้าเข้าพื้นที่ ปัจจุบันมีทุนท้องถิ่น-ส่วนกลางปักหมุดแล้วกว่า 30 โครงการ มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท ด้านผู้ประกอบการอสังหาฯ"วชัญญากรุ๊ป" โหมหนักผุด 4 โครงการรวดทั้งแนวราบแนวดิ่ง ส่วนกลุ่มรายุฯลุยทาวน์โฮม-อาคารพาณิชย์ก่อนผุดบ้านเดี่ยว ระบุทำเลสี่แยกอินโดจีนเชื่อมเพื่อนบ้านกระตุ้นลงทุนรับอาเซียน

นายวิโรจน์ จิรัฐิติกาลโชติ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือ หอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า พิษณุโลกเป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจ ศูนย์ราชการ การแพทย์ และการศึกษาของภาคเหนือตอนล่าง รวมถึงถูกวางตำแหน่งยุทธศาสตร์ให้เป็นสี่แยกอินโดจีนเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านในกรอบอาเซียน ทำให้ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เมืองพิษณุโลกมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 1-2 ปีนี้ การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ จากเดิมผู้ประกอบการท้องถิ่นสร้างเพียงหอพัก และอพาร์ทเม้นท์ได้ขยายมาเป็นโครงการบ้านจัดสรร ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม

อีกทั้งมีตลาดค้าวัสดุอย่างโกลบอลเฮ้าส์ และไทวัสดุ และเซ็นทรัล รวมถึงโมเดิร์นเทรดเข้ามาลงทุนหลายแห่ง ทำให้นักลงทุนจากส่วนกลางเริ่มสนใจเข้ามาลงทุนในพิษณุโลกมากขึ้น

แห่ผุดโครงการอสังหาฯ

แม้ว่าโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงหยุดชะงักไป อาจมีผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์บ้าง แต่คงไม่มากนัก เพราะโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมของนักลงทุนท้องถิ่น มีหลายโครงการที่สร้างใหม่และประสบผลสำเร็จ และมีนักลงทุนรายใหญ่จากส่วนกลางเข้ามาลงทุนทั้ง เอพี ซีพีแลนด์ และแสนสิริ ที่เปิดโครงการคอนโดมิเนียม

ส่วนแลนด์แอนด์เฮ้าส์และศุภาลัยเตรียมเปิดโครงการบ้านจัดสรรโครงการแรกในภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งรวมๆ แล้วโครงการใหญ่ๆ ทางด้านอสังหาริมทรัพย์ในพิษณุโลก ปัจจุบันมีกว่า 30 โครงการ มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท ส่งผลให้ในอนาคตเมืองพิษณุโลกจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมรับศูนย์กลางเมืองบริการสี่แยกอินโดจีน และการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

เมือง4แยกอินโดจีนเติบโตสูง

นายกิตติ อุยยางกูล ประธานกรรมการ บริษัท เค.ที.พร็อพเพอร์ตี้ พิษณุโลก จำกัด กล่าวว่า ในช่วง 1-2 ปี ปัญหาทางการเมือง และความผันผวนทางเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์พิษณุโลก ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์เกิดการชะลอตัวลง แต่ขณะนี้ความเชื่อมั่นเริ่มกลับคืนมา โดยการลงทุนของบริษัทเริ่มตั้งแต่ปี 2547 ได้สร้างโครงการบ้านวชัญญาเจาะกลุ่มลูกค้าระดับล่าง มูลค่าโครงการกว่า 100 ล้านบาท ถัดมาปี 2549 เริ่มโครงการบ้านระดับบนมูลค่าโครงการกว่า 300 ล้านบาท และปิดการขายแล้วทั้ง 2 โครงการ และปัจจุบันบริษัทมีโครงการอยู่ในระหว่างการขายอีก 4 โครงการ คือ โครงการบ้านเดี่ยวระดับบน, บ้านเดี่ยวระดับล่าง, คอนโดมิเนียม, ทาวน์โฮม และอพาร์ทเม้นท์ มูลค่าลงทุนรวมกว่า 900 ล้านบาท โดยภาพรวมมียอดจองแล้วกว่า 50%

สาเหตุที่เปิดโครงการในระยะเวลาใกล้เคียงกัน เนื่องจากเห็นว่าความต้องการที่อยู่อาศัยของพิษณุโลกยังมีอยู่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าของบริษัทที่เป็นข้าราชการระดับสูง พนักงานเอกชน แพทย์ และพยาบาล ขณะที่ต้นทุนในการดำเนินธุรกิจของบริษัทจะไม่สูงเท่ากับทุนส่วนกลาง เพราะมีแลนด์แบงก์อยู่แล้ว

แต่แนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ของจังหวัดพิษณุโลก มีทิศทางที่ดีจากการเป็นจุดศูนย์กลางของสี่แยกอินโดจีน หากไม่ติดขัดปัญหาระยะเวลาในการออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินที่ทำให้การพัฒนาโครงการด้านอสังหาริมทรัพย์ต้องสะดุดโดยไม่รู้ตัว และส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจพิษณุโลก โดยเฉพาะหลายบริษัทเจอปัญหาการโอนล่าช้า ซึ่งเป็นผลมาจากการออกใบอนุญาตล่าช้า ทำให้ลูกค้าที่ต้องการบ้านโดยเร็วต้องตัดสินใจคืนบ้านที่จองไว้แล้วหลายราย

รถไฟเร็วสูงดันราคาที่ดินพุ่ง2-3เท่า

นายคัมภีร์ ฐานโชติ ประธานกรรมการ บริษัท รายุ เรียลเอสเตท จำกัด กล่าวว่า ในช่วง 2-3 ปีมานี้ โครงการอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดพิษณุโลกเติบโตค่อนข้างมาก ส่วนหนึ่งมาจากกระแสของโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง และการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ด้วยยุทธศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภาคเหนือตอนล่าง ทำให้มีนักลงทุนจากส่วนกลางทั้งเอพี ซีพีแลนด์ และแสนสิริ อีกทั้งมีกลุ่มทุนท้องถิ่นต่างสร้างคอนโดมิเนียมรวมแล้วกว่า 10 แท่ง รวมกว่า 1,000 ยูนิต ส่งผลให้ราคาที่ดินในจังหวัดพิษณุโลกเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าตัว

จากกระแสว่าที่ดินบริเวณ ต.บึงพระ อ.เมืองพิษณุโลกจะเป็นที่ตั้งสถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูงในช่วงก่อน ทำให้ราคาที่ดินจากเดิมไร่ละ 2-3 ล้านบาท กลายเป็นไร่ละ 8-10 ล้านบาท ส่วนที่ดินบริเวณมหาวิทยาลัยนเรศวรไปทางจังหวัดนครสวรรค์ ราคาไร่ละ 4 ล้านบาท ที่ดินจากมหาวิทยาลัยนเรศวรเข้าเมืองพิษณุโลกไร่ละกว่า 8-12 ล้านบาท บริเวณสี่แยกอินโดจีนเข้ามาในตัวเมืองไร่ละกว่า 12-15 ล้านบาท และบริเวณสี่แยกอินโดจีนไปทาง อ.วังทอง ราคาไร่ละ 6-8 ล้านบาท

ส่วนที่ดินบริเวณถนนวงแหวนรอบนอกที่ยังไม่ได้พัฒนาและต้องถมที่อีกกว่า 2 เมตร ราคาตลาด ไร่ละ 2.5 ล้านบาท ซึ่งถือว่าราคาที่ดินพิษณุโลกสูงเกินความจริง

ส่วนการลงทุนของบริษัทได้เริ่มพัฒนาเมื่อปี 2554 สร้างอาคารพาณิชย์และทาวน์โฮม จำนวน 3 โครงการ ทาวน์โฮม 40 ยูนิต และอาคารพาณิชย์รวมกว่า 43 ยูนิต และเตรียมผุดโครงการบ้านเดี่ยวในอนาคต เพราะเล็งเห็นว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์พิษณุโลกยังเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะบ้านจัดสรร, ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม

รายงานจากสำนักงานที่ดิน จ.พิษณุโลก กล่าวว่า จากสถิติการขอจัดสรรที่ดินเพื่อสร้างอาคารพาณิชย์ ทาวน์โฮม บ้านจัดสรร และคอนโดมิเนียมมีจำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วง 3-4 ปี ในปี 2554 มี 31 ราย ปี 2555 มี 13 ราย ปี 2556 มี 43 ราย และปี 2557 มีแล้ว 4 ราย ส่วนการจัดเก็บค่าธรรมเนียมภาษีและอากรในปีงบประมาณ 2556 เก็บได้กว่า 429 ล้านบาท รวมถึงมีการขอโฉนดรวมแล้วกว่า 2 แสนฉบับ โดยราคาที่ดินพิษณุโลกพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัวในเขตเมืองพิษณุโลกตกตารางวาละ 60,000 บาท บริเวณสี่แยกอินโดจีนราคาตารางวาละ 30,000 บาท และบริเวณ ต.บึงพระ ราคาตารางวาละกว่า 20,000-30,000 บาท