"อียิปต์"กำลังถูกนานาชาติกดดันอย่างหนัก ให้อภัยโทษทีมข่าว 3 คนของสำนักข่าวอัลจาซีราห์ถูกจำคุก
อียิปต์ กำลังถูกนานาชาติกดดันอย่างหนัก ให้อภัยโทษทีมข่าว 3 คนของสำนักข่าวอัลจาซีราห์ คือ ปีเตอร์ เกรสต์ ผู้สื่อข่าวชาวออสเตรเลียประจำแอฟริกา นายโมฮัมเหม็ด ฟาเดล ฟาห์มี ชาวแคนาดาเชื้อสายอียิปต์ หัวหน้าสำนักข่าวอัลจาซีราห์ในไคโร และนายบาเฮอร์ โมฮัมเหม็ด โปรดิวเซอร์ หลังศาลอียิปต์ ตัดสินให้ทั้งหมด มีความผิดฐานช่วยเหลือกลุ่มภราดรภาพมุสลิม ที่กองทัพอียิปต์ ประกาศว่า เป็นกลุ่มก่อการร้าย และเสนอข่าวเท็จ เป็นภัยต่อความมั่นคง
นักข่าวสองคนแรกถูกลงโทษจำคุก 7 ปี ส่วนโปรดิวเซอร์ถูกจำคุก 10 ปี เพราะมีกระสุนในครอบครองอีกหนึ่งข้อหา ซึ่งอัลจาซีราห์ ยืนยันว่า เป็นปลอกกระสุนที่โมฮัมเหม็ด เก็บได้ระหว่างทำข่าวประท้วง
ถือเป็นบทลงโทษที่รุนแรง ช็อกวงการสื่อสารมวลชนทั่วโลก และจุดกระแสประท้วงทั่วโลก เมื่อการทำหน้าที่สื่อ กลายเป็นอาชญากรรมร้ายแรง ในสายตาผู้มีอำนาจในอียิปต์ แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับ กระบวนยุติธรรมในประเทศนี้ กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนัก
การพิจารณาคดีนี้ ถูกจับตาใกล้ชิด มีการอนุญาตให้นักข่าวและผู้สังเกตการณ์จากองค์กรสิทธิมนุษยชนเข้ารับฟังด้วย จึงมีการเก็บข้อมูลพอที่จะสรุปว่า เป็นการพิจารณาคดีที่อาศัยหลักฐานอ่อนปวกเปียก หรืออาจไม่สามารถเรียกว่าเป็นหลักฐานได้เลย
ตลอดการพิจารณาคดี 12 นัด เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ วัตถุพยานส่วนมาก ที่อัยการนำเสนอเป็นคลิปวิดีโอ และภาพนิ่งจากเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือแฟลชไดรฟ์ของนักข่าว โดยที่อัยการไม่เคยเชื่อมโยงให้เห็นได้ว่า วัตถุพยาน ไม่มีพิษมีภัยและบางชิ้นก็น่าขบขัน เกี่ยวโยงกับข้อหาร้ายแรงที่ตั้งกับนักข่าวอย่างไร อาทิ
ภาพถ่ายพ่อแม่-หนังสือพิมพ์ ดิ ออสเตรเลียน รายงานว่า คนในห้องพิจารณาคดี แทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ เมื่อมีการนำภาพถ่ายจากคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปของปีเตอร์ เกรสต์ มาวิเคราะห์ในศาล เป็นภาพพ่อแม่ของเขาขณะไปท่องเที่ยวในลัตเวียและเยอรมนี โดยไม่มีความเห็นเพิ่มเติมว่า เหตุใดภาพเหล่านี้ จึงเป็นหลักฐานเอาผิดได้
สารคดีว่าด้วยเรื่องราวของประเทศอื่น โดยอัยการเปิดสารคดีบีบีซี เกี่ยวกับโซมาเลียและเคนยา เรื่อง แลนด์ ออฟ เดอะ แบนดิต ที่ส่งให้ปีเตอร์ เกรสต์ คว้ารางวัลด้านสารคดี "พีบอดี้"
ภาพตัดต่อ - ภาพถ่ายของฟาห์มี ยืนอยู่ด้านหลัง พล.อ.โมฮัมเหม็ด ฮุสเซน ตันตาวี อดีตผู้บัญชาการทหารอียิปต์ ที่เคยรักษาการผู้นำอียิปต์หลังยุคฮอสนี มูบารัก เมื่อปี 2554 ซึ่งแค่มองเผินๆ ก็ดูออกว่ามีการตัดต่ออย่างชัดเจน แต่ถึงจะตัดต่อหรือไม่ ก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคดี เพราะภราดรภาพมุสลิม ขึ้นมามีอำนาจหลังจากนั้น
สารคดีเกี่ยวกับฟุตบอลในอียิปต์ ที่ปีเตอร์ เกรสต์ ถ่ายทำให้แก่สำนักข่าวอัลจาซีราห์ ซึ่งเกรสต์บอกต่อศาลว่า วิดีโอนี้ สะท้อนอียิปต์ที่มีเสถียรภาพต่างหาก สวนทางกับข้อหาเขาที่ว่ากำลังทำลายภาพลักษณ์ประเทศ
ที่สำคัญทนายจำเลย ถูกร้องขอให้จ่าย "ค่าธรรมเนียม" ประมาณ 1.5 แสนดอลลาร์ เพื่อนำเสนอหลักฐานด้วย และเมื่อผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค 3 คน ถูกเรียกมาเป็นพยานฝ่ายโจทก์ ก็ให้การสวนทางกับคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนการพิจารณาคดีเริ่มขึ้น โดยพวกเขาต่างปฏิเสธที่จะลงความเห็นว่า คลิปวิดีโอ-ภาพนิ่งของนักข่าว เป็นภัยคุกคามความมั่นคงหรือไม่
ขณะพนักงานสอบสวนหลายคน ยอมรับว่า ไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่างอัลจาซีราห์ มูบาเชอร์ มิสร์ ซึ่งเป็นเครือข่ายข่าวภาษาอาหรับท้องถิ่น ช่องโปรดของภราดรภาพมุสลิม กับอัลจาซีราห์ ภาษาอังกฤษ ที่นักข่าวทั้งสามทำงานอยู่





