สิงคโปร์ไม่ห่วงการเติบโตทางเศรษฐกิจที่น้อยลง แลกกับเสถียรภาพทางสังคม ในช่วงที่รัฐบาลตั้งเป้าจำกัดจำนวนคนต่างชาติเข้าทำงานในประเทศ
รัฐมนตรีคลังสิงคโปร์ "นายทาร์มาน ชานมูการัตนัม" กล่าวว่า สิงคโปร์รับได้กับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่น้อยลง แลกกับเสถียรภาพทางสังคม ในช่วงที่รัฐบาลตั้งเป้าจำกัดจำนวนคนต่างชาติที่เข้าไปทำงานในประเทศ
นายทาร์มานกล่าวว่า เขายินดีหากเศรษฐกิจสิงคโปร์จะโตเพียงปีละ 3% แต่การเติบโตนั้นเกิดขึ้นจากศักยภาพการผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยในช่วง 10 ปีหลังสุด เศรษฐกิจสิงคโปร์ขยายตัวเฉลี่ย 6.4% ต่อปี
อัตราการเติบโตที่สูงในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศเพิ่มขึ้น สร้างความไม่พอใจในหมู่ชาวสิงคโปร์จากความแออัดในการใช้บริการของสาธารณะ
ในช่วงปี 2543-2556 จำนวนประชากรสิงคโปร์เพิ่มขึ้นเป็น 5.4 ล้านคน จาก 4 ล้านคน โดยชาวต่างชาติมีสัดส่วนจำนวนมากในบรรดาผู้คนที่เพิ่มขึ้น
ความไม่พอใจต่อการเข้ามาของคนต่างชาติ ทำให้พรรคฝ่ายค้านได้รับคะแนนสูงในการเลือกตั้งปี 2554 ขณะที่พรรคกิจประชาชนของรัฐบาลซึ่งบริหารประเทศมาตั้งแต่ประกาศอิสรภาพในปี 2508 ชนะด้วยคะแนนเสียงเพียง 60% ซึ่งนับว่าต่ำเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะมีขึ้นในปี 2560
นายทาร์มานซึ่งควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลรับได้กับการเติบโตที่น้อยลง แลกกับการรักษาอัตลักษณ์ของชาติ แก้ปัญหาประชากรที่หนาแน่น และรักษาสัดส่วนคนงานต่างชาติต่อคนงานท้องถิ่นไว้ที่ประมาณ 1 ใน 3 พร้อมอธิบายว่าสิงคโปร์ไม่เหมือนกับดูไบซึ่งมีปริมาณชาวต่างชาติมากกว่าคนท้องถิ่น ผลจากกลยุทธ์การเติบโตเชิงรุก





