วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัสเซียช่วยอิหร่านพัฒนาไฟฟ้า

อิหร่านได้เปิดการเจรจากับรัสเซียเรื่องข้อตกลงไฟฟ้ามูลค่าสูงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 310,000 ล้านบาท ไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

นับเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดที่บ่งชี้ว่า รัฐบาลมอสโกกำลังขยับขยายความสัมพันธ์กับรัฐบาลเตหะรานให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในช่วงที่กำลังมีเรื่องบาดหมางกับสหรัฐ และชาติยุโรปเรื่องไครเมีย จนถูกคว่ำบาตรรอบใหม่ไปเมื่อวันจันทร์

ก่อนหน้านี้รัสเซียเพิ่งจะเจรจาเรื่องนำอาหาร และสินค้าอื่น ๆ มาแลกกับน้ำมันของอิหร่านไป ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นความพยายามของรัฐบาลมอสโกที่จะเข้าไปครองส่วนแบ่งตลาดอันกว้างขวางเมื่อรัฐบาลเตหะรานเปิดตลาด ตลอดจนขยับขยายอิทธิพลของตัวเองให้มากขึ้นในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลเตหะรานกับชาติตะวันตกทวีความตึงเครียดขึ้น

กระทรวงพลังงานของอิหร่านได้ออกแถลงการณ์บนเว็บไซต์ของทางกระทรวงว่า นายฮามิด ชิตเชน รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ได้พบปะหารือกับนายอเล็กซานเดอร์ โนแว็ก รัฐมนตรีพลังงานของรัสเซีย ที่กรุงเตหะราน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อถกกันถึงเรื่องข้อตกลงด้านพลังงานมูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรายละเอียดของข้อตกลงครั้งนี้รวมไปถึงเรื่องการสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลายแห่งในอิหร่าน และความเป็นไปได้ที่รัสเซียจะส่งออกไฟฟ้า 500 เมกะวัตต์ให้รัฐบาลเตหะราน

ขณะนี้ พันธมิตรทางการเมืองของอิหร่านอย่างรัสเซีย และจีนได้หันกลับมาสานสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับรัฐบาลเตหะรานกันใหม่เนื่องจากเกรงว่าตัวเองจะสูญเสียสิทธิพิเศษที่เคยมีเคยได้จากอิหร่านภายหลังจากที่รัฐบาลเตหะรานทำข้อตกลงนิวเคลียร์ชั่วคราวกับชาติตะวันตก

นอกจากนี้ ทางการมอสโกยังเจรจากับทางการเตหะรานเรื่องการแลกเปลี่ยนสินค้ารัสเซียกับน้ำมันของอิหร่านวันละ 500,000 บาร์เรล โดยข้อตกลงที่มีมูลค่าสูงถึง 20,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 620,000 ล้านบาทฉบับนี้ถึงกับทำให้รัฐบาลวอชิงตันเต้น เพราะอาจทำให้อิหร่านส่งออกน้ำมันดิบเกินกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตามที่ได้รับปากเอาไว้ในข้อตกลงนิวเคลียร์ที่อิหร่านทำกับ 6 ชาติมหาอำนาจอันประกอบด้วย สหรัฐ รัสเซีย จีน ฝรั่งเศส อังกฤษ และเยอรมนี

ความพยายามสานสัมพันธ์กับอิหร่านให้มากขึ้นนี้เกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลมอสโกกำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากชาติตะวันตกเรื่องที่ผนวกแคว้นไครเมีย ซึ่งเคยอยู่ภายใต้การปกครองของยูเครน เข้าเป็นส่วนหนึ่งของตัวเอง ตลอดจนเรื่องที่ทางการมอสโกถูกกล่าวหาว่าให้การสนับสนุนกลุ่มโปรรัสเซียในจังหวัดทางตะวันออกของยูเครน

โดยเจ้าหน้าที่ทางการรัสเซียผู้หนึ่งกล่าวว่า การเจรจาแลกเปลี่ยนน้ำมันกับอิหร่านนี้เป็นหนทางหนึ่งของรัสเซียที่จะเตือนบรรดาชาติตะวันตกว่ารัสเซียก็มีเส้นสาย และอิทธิพลในระดับนานาชาติเหมือนกัน และอย่าหวังที่จะมาบีบกันง่าย ๆ