เหตุการณ์เรือเฟอร์รีเกาหลีใต้ล่ม ทำให้ครอบครัวผู้สูญหายเกิดอาการเครียดหนักแล้ว
ความหวังในการพบผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์เรือเฟอร์รีเกาหลีใต้ล่มเลือนรางลงทุกขณะ ส่งผลให้ครอบครัวผู้สูญหายเกิดอาการเครียดหนักแล้วไปลงกับเจ้าหน้าที่ของทางการตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อระบายความโกรธแค้นออกมา
นางจ็อง คย็อง ซก นักบำบัดสภาพจิตที่เป็นอาสาสมัครเข้าไปให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญหายได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์โคเรีย เฮรัลด์ว่าอาการดังกล่าวเป็นผลมาจากความบอบช้ำทางจิตใจที่พวกเขาได้รับ โดยก่อนหน้านี้ได้มีความพยายามที่จะตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาทางจิตขึ้นที่โรงยิมเนเซียมบนเกาจินโด ซึ่งเป็นสถานที่ ๆ ครอบครัวผู้สูญหายไปรวมตัวกันอยู่เพื่อฟังความคืบหน้าของปฏิบัติการกู้ภัย และค้นหาผู้รอดชีวิต แต่เหตุการณ์ได้ทวีความตึงเครียด และอ่อนไหวยิ่งขึ้นจึงต้องล้มเลิกแผนไป
ความตึงเครียดที่สะสมได้ส่งผลให้ครอบครัวเหยื่อพากันขว้างปาขวดน้ำ และตะโกนใส่เจ้าหน้าที่ระหว่างแถลงข่าว ทั้งยังมีความพยายามจะบุกเข้าหาประธานาธิบดีที่ทำเนียบด้วย
ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าตอนนี้ทางครอบครัวผู้สูญหายยังไม่พร้อมที่จะยอมรับความจริง เมื่อความจริงปรากฎออกมาแล้วไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง พวกเขาจึงโกรธแค้นมาก แถมข้อมูลที่ได้รับจากทางการยังสับสนอีก ความเครียดของพวกเขาจึงถูกระบายออกมาในรูปของความโกรธแค้นรุนแรง
นางจ็อก และผู้เชี่ยวชาญอีก 2 คนจากศูนย์ดองแจ็ก วี ซึ่งเป็นคลินิกของรัฐบาลในกรุงโซล ได้เข้ามาช่วยให้คำปรึกษาเรื่องสภาพจิตแก่ครอบครัวเหยื่อเฟอร์รีตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เธอบอกว่าการบำบัดสภาพจิตใจของผู้รอดชีวิตควรจะทำก่อนเป็นอันดับแรก แต่ในขณะเดียวกันก็ควรจะต้องจับตาดูสภาพจิตใจของทีมกู้ภัย และเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอย่างใกล้ชิดด้วยเช่นกัน เพราะครอบครัวเหยื่อได้ระบายความโกรธแค้นไปยังคนกลุ่มนี้โดยตรง ทำให้เสี่ยงที่พวกเขาจะเกิดความเครียด
ก่อนหน้านี้ได้เกิดเหตุสลดใจขึ้นเมื่อผู้ช่วยครูใหญ่โรงเรียนมัธยมแดนวอนที่พาเด็ก ๆ ไปทัศนศึกษาในเหตุเรือล่มครั้งนี้ได้ผูกคอตายโดยทิ้งจดหมายลาตายเอาไว้ว่าการรอดชีวิตมาโดยลำพังนั้นมันเจ็บปวดเกินไป และขอรับผิดชอบเพียงคนเดียวต่อเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งนางจ็องกล่าวว่า ได้ยินมาว่าผู้ช่วยครูใหญ่รายนี้ไม่ได้รับการบำบัดทางจิตเลยหลังจากที่ได้รับการช่วยเหลือออกมาแล้ว ทำให้เธอตั้งข้อสังเกตว่าไม่ใช่แค่ผู้รอดชีวิตเท่านั้น แต่คนในครอบครัวเหยื่อ ตลอดจนเจ้าหน้าที่กู้ภัย และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดจำเป็นต้องได้รับการดูแลเรื่องสภาพจิตด้วย
ล่าสุด เทศบาลเมืองคยองกี และเทศบาลเมืองอันซานได้ตั้งคณะที่ปรึกษาด้านสภาพจิตขึ้นมาช่วยผู้ได้รับผลกระทบให้หายจากอาการเครียดแล้ว และไม่ได้ช่วยเฉพาะผู้รอดชีวิตกับครอบครัวเหยื่อเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักเรียน และประชาชนทั่วไปที่เครียดเพราะเรื่องนี้ด้วย





