วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กัปตันอ้างอพยพคนช้าเพราะไม่มีเรือกู้ภัย

กัปตันเรือเฟอร์รี่เปิดใจครั้งแรกหลังถูกจับ อ้างอพยพคนล่าช้าเพราะสภาพทะเลไม่เอื้ออำนวย ยืนยันไม่ได้เมาและไม่ได้เป็นคนขับเรือเองตอนที่เกิดเหตุ

นายอี จุน ซ็อก กัปตันเรือเฟอรีเกาหลีใต้ที่ล่มกลางทะเลขณะมุ่งหน้าไปเกาะเชจู ได้ให้สัมภาษณ์หลังถูกจับกุมตัว วันนี้ว่าสาเหตุที่ไม่สั่งให้อพยพคนออกจากเรือก็เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของผู้โดยสาร เนื่องมาจากสภาพทะเลไม่เอื้ออำนวย ทั้งคลื่นแรง และน้ำเย็น ประกอบกับไม่มีเรืออพยพคน

กัปตัน และลูกเรือเฟอรี่อีก 2 คนได้ถูกตำรวจจับกุมตัวไปไปสอบปากคำ พร้อมกับตั้งข้อหาเพิกเฉย และไม่สามารถคุ้มครองความปลอดภัยของผู้โดยสารได้ ซึ่งเป็นการขัดต่อกฎหมายพาณิชย์นาวี โดยระหว่างที่นายอีที่สวมเสื้อกันฝนมีฮู้ดกำลังยืนก้มหัวหลบหน้าหลบตาอยู่นั้น นักข่าวได้ถามว่าทำไมผู้โดยสารถึงถูกสั่งให้นั่งอยู่กับที่เป็นเวลาถึง 40 นาทีหลังจากเรือเกิดอุบัติเหตุ กัปตันวัย 69 ปีตอบว่าเป็นเพราะเรือกู้ภัยยังมาไม่ถึง ประกอบกับไม่มีเรือหาปลา หรือเรือลำอื่นแถว ๆ นั้นที่จะมาช่วยได้เลย

นายอีกล่าวว่ากระแสน้ำแรงมาก แล้วน้ำก็เย็นมาก เขาคิดว่าผู้โดยสารอาจจะถูกคลื่นซัดไปไกล และอาจเกิดปัญหาได้หากพวกเขาได้รับการอพยพโดยไม่ได้สวมเสื้อชูชีพ และถึงแม้จะสวมเสื้อชูชีพก็อาจจะเกิดเหตุการณ์เดียวกันก็ได้

กัปตันเรือมรณะยังได้ยืนยันแถลงการณ์ของเจ้าหน้าที่สอบสวนที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่าเขาไม่ได้เป็นคนบังคับเรือเฟอรี่ขณะที่เกิดปัญหา โดยนายอีบอกว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นตอนที่เขากำลังกลับมาหลังจากที่แวะไปห้องนอนเพื่อทำธุระส่วนตัวเพียงไม่นาน แต่ได้ปฎิเสธรายงานข่าวที่ออกมาว่าตัวเขามึนเมา โดยบอกว่าไม่ได้ดื่มเหล้า นอกจากนี้ นายอีทราบเรื่องที่ตัวเองถูกตั้งข้อหาแล้ว และได้กล่าวขอโทษเหยื่อ และญาติ ๆ ผู้ประสบภัยที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้น

พบ 3 ศพติดในเรือ ยอดขยับเป็น 29 ราย

ด้านเจ้าหน้าที่ยามฝั่งของเกาหลีใต้แถลงว่านักประดาน้ำพบร่างผู้เสียชีวิต 3 ศพติดอยู่ด้านในเรือ ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้ว นับถึงช่วงเช้าของวันนี้ (19 เม.ย.) อยู่ที่ 29 คน และยังมีผู้สูญหายอยู่อีก 273 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนมัธยมอายุ 16-17 ปีที่อยู่ระหว่างไปทัศนศึกษา

ผู้ช่วยครูใหญ่ฆ่าตัวตายแสดงความรับผิดชอบ

ขณะเดียวกันมีรายงานว่านายคัง มิน กิว ผู้ช่วยครูใหญ่โรงเรียนมัธยม ที่พาเด็กนักเรียน 325 คนขึ้นเรือมรณะไปทัศนศึกษา ได้ผูกคอตายใกล้โรงยิมบนเกาะจินโด ซึ่งเป็นที่ ๆ คนในครอบครัว และญาติ ๆ ของเด็ก ๆ ที่สูญหายไปรวมตัวกันเพื่อรับฟังข่าวคราวความคืบหน้า โดยตำรวจรายงานว่านายกังได้ทิ้งจดหมายลาตายเอาไว้มีใจความว่า ขอรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ทั้งหมด เพราะเขาเป็นคนผลักดันให้พาเด็กไปทัศนศึกษา พร้อมขอให้เผาศพ และนำเถ้ากระดูกของเขาไปโปรยในจุดที่เรือจมด้วย โดยตัวเขาจะขอไปเป็นครูต่อในโลกหน้าให้กับเด็ก ๆ ที่ร่างของพวกเขายังหาไม่พบ