ดาวโจนส์ทรุดหนัก 267.61 จุด ตามแรงขายทำกำไรหลังเฟดยังไม่เร่งรีบขึ้นดอกเบี้ยในเร็วๆนี้
รายงานข่าวจากต่างประเทศ เปิดเผยว่า วานนี้ (10 เม.ย.57) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ลดลง 266.96จุด (1.62%) ปิดที่ 16,170.22 จุด เอสแอนด์พี500 ลดลง 39.10 จุด (2.09%) ปิดที่ 1,833.09 จุด แนสแดค ลดลง 129.79 จุด (3.10%) ปิดที่ 4,054.11 จุด
นักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 180 จุดเมื่อวานนี้ อันเป็นผลมาจากรายงานการประชุมนโยบายของเฟดประจำวันที่ 18-19 มี.ค.ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเฟดจะไม่เร่งรีบในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยเจ้าหน้าที่เฟดหลายรายเห็นพ้องกันที่จะพิจารณาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยโดยประเมินจากสถานการณ์ด้านการจ้างงาน ไม่ใช่ระบุเป้าหมายที่เป็นตัวเลข
อย่างไรก็ตาม ตลาดได้รับแรงหนุนจากรายงานของกระทรวงแรงงานสหรัฐที่ระบุว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 5 เม.ย. ปรับตัวลง 32,000 ราย สู่ระดับ 300,000 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.ปี 2550 หรือระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 7 ปี นอกจากนี้ ตัวเลขดังกล่าวยังปรับตัวลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 320,000 ราย สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานของสหรัฐยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
นักลงุทนจับตาดูผลประกอบการภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่าบริษัทต่างๆได้รับผลกระทบจากอากาศหนาวมากน้อยเพียงใด โดยเจพี มอร์แกน เชส แอนด์ โค และเวลส์ ฟาร์โก จะเปิดเผยผลประกอบการไตรมาสแรกในวันนี้ ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ระบุว่า บริษัทที่จดทะเบียนในดัชนี S&P 500 จะมีผลประกอบการไตรมาสแรกขยายตัวขึ้น 1.1% และคาดว่ารายได้ของบริษัทกลุ่มนี้จะเพิ่มขึ้น 2.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี





