ทำเนียบข่าวสั่งห้ามเซลฟี่คู่โอบามา หลังถูกซัมซุงนำไปทำไวรัล
หลังจากที่เกิดกรณีซัมซุงเอาภาพเซลฟี่ที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามาถ่ายคู่กับนักเบสบอลไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ทางทำเนียบขาวเลยคิดแก้ปัญหาง่าย ๆ ด้วยการสั่งห้ามถ่ายภาพเซลฟี่กับท่านผู้นำแดนพญาอินทรีเสียเลย
นายแดน ฟิฟเฟอร์ ที่ปรึกษาอาวุโสของทำเนียบขาว ได้พูดถึงเรื่องนี้ระหว่างที่ไปออกรายการเฟซ เดอะ เนชั่น ทางสถานีโทรทัศน์ซีบีเอสว่า ได้มีการพูดคุยกับทางซัมซุงแล้ว และทำเนียบขาวกำลังพิจารณาอยู่ว่าจะสั่งห้ามถ่ายภาพเซลฟี่กับประธานาธิบดีโอบามาไปเลยดีไหม โดยการสั่งห้ามครั้งนี้จะครอบคลุมถึงคนดังทุกคน ไม่ว่าจะเป็นระดับนายกรัฐมนตรี ไปจนถึงนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำก็ห้ามถ่ายเซลฟี่กับโอบามาหมด
เรียกว่าเป็นการปิดฉากการถ่ายภาพเซลฟี่กับผู้นำสหรัฐไปโดยสิ้นเชิง
เรื่องนี้มีที่มาจากเมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโอบามาได้เปิดทำเนียบขาวต้อนรับการมาเยือนของนักเบสบอลทีมบอสตัน เรดซ็อกซ์ เจ้าของแชมป์เวิลด์ซีรีย์ปี 2555 แล้วเดวิด ออร์ทิส นักตีคนดังของทีม ได้มอบเสื้อทีมที่สกรีนด้านหลังเป็นชื่อของโอบามาให้กับผู้นำสหรัฐ ก่อนจะขอถ่ายภาพเซลฟี่ด้วย
ภาพที่ออกมาเหมือนกับว่าออร์ทิสทำไปตามสถานการณ์ แต่เรื่องกลับมาแดงในภายหลังว่าอาจเป็นการวางแผนเอาไว้ล่วงหน้า เพราะออร์ทิสได้ทำสัญญากับทางซัมซุงมาก่อนหน้านี้หลายเดือนแล้วว่าจะเป็น "อินไซเดอร์ทางด้านโซเชียล มีเดีย" ให้กับบริษัทมือถือจากแดนโสมขาวเจ้านี้ โดยบทบาทของเขาคือการโปรโมทสมาร์ทโฟนของค่ายซัมซุง แล้วก็มีส่วนร่วมในสร้างแคมเปญโฆษณาไวรัลด้วย
หลังจากถ่ายภาพกับโอบามาเสร็จ ออร์ทิสก็ได้ทวิตภาพนั้นออกไป ทำให้มีคนรีทวิตต่อถึงกว่า 38,000 คน หนึ่งในนั้นคือซัมซุง ซึ่งมียอดคนติดตามถึงกว่า 5.2 ล้านคน แถมซัมซุงยังโฆษณาด้วยว่าภาพนี้ถ่ายโดยมือถือซัมซุง แกแล็กซี่ โน้ต 3 ของบริษัท
แม้ออร์ทิซจะออกมาปฎิเสธว่าไม่ได้ถูกใบสั่งมาให้ใช้มือถือซัมซุงถ่ายภาพเซลฟี่กับโอบามา เพราะตัวเขาไม่มีทางรู้ว่าจะได้ถ่ายภาพประวัติศาสตร์นี้ ขณะที่ทางซัมซุงเองก็ออกมาแถลงว่าพอรู้ว่าทีมบอสตัน เร้ดซ็อกส์จะไปเยือนทำเนียบขาวเลยติดต่อออร์ทิสให้แชร์ภาพถ่ายกับแฟนกีฬาด้วย แต่ไม่รู้ว่าเขาจะถ่ายภาพอะไรมา แต่มีเสียงวิจารณ์กันสนั่นโลกออนไลน์ว่า ทั้งซัมซุง และออร์ทิซหลอกใช้โอบามาเพื่อแผนการตลาด
ด้านนายฟิฟเฟอร์กล่าวย้ำว่าประธานาธิบดีโอบามาไม่รู้เลยว่าเรื่องนี้มีการวางแผนเอาไว้ และไม่ได้ให้รายละเอียดว่าเจรจาอะไรกับทางซัมซุงไปบ้าง เพียงแต่บอกว่าได้ปล่อยเรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ของทนายต่อไป
ก็คงต้องติดตามผลกันต่อไปว่า ซัมซุงจะได้รับผลตอบแทนอะไรบ้างภายหลังจากที่อาจหาญไปกระตุกหนวดเสือเช่นนี้





