ทูตยูเอ็นด้านสิทธิมนุษยชนจี้เมียนมาร์หยุดคุกคามโรฮิงญา ชี้เป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
นายโทมัส โอเจีย ควินตานา ทูตด้านสิทธิมนุษยชนของยูเอ็นในเมียนมาร์เปิดเผยว่า เมื่อไม่นานมานี้เจ้าหน้าที่จากองค์กรระหว่างประเทศ และคณะแพทย์ถูกลอบโจมตีขณะเดินทางเข้าไปช่วยเหลือชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่ พื้นที่ทางตะวันตกของเมียนมาร์ นอกจากนี้พื้นที่ดังกล่าวกำลังประสบกับปัญหาถูกตัดน้ำ และตัดเส้นทางการลำเลียงยารักษาโรคและอาหาร ส่งผลให้ชีวิตความเป็นอยู่ของอพยพราว 140,000 คน กำลังจะประสบกับภาวะขาดน้ำขาดอาหารอย่างรุนแรงในสัปดาห์หน้า โดยนายควินตานามองว่าการกีดกันชาวโรฮิงญาเช่นนี้ เป็นการกระทำที่รุนแรงเท่ากับ อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่นานนี้ในรัฐยะไข่ นับเป็นเหตุล่าสุดในประวัติศาสตร์อันยาวนานของการเลือกปฏิบัติ และการทำร้ายต่อชุมชนโรฮิงญา ที่อาจกลายเป็นการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ" นายควินตานากล่าว
ทั้งนี้ ชะตากรรมของชาวโรฮิงญาในเมียนมาร์ยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต นับตั้งแต่เหตุนองเลือดระหว่างชาวพุทธ และมุสลิมในรัฐยะไข่ในปี 2555 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน และความขัดแย้งปรากฏขึ้นอีกครั้งเมื่อทางการจัดสำรวจสำมะโนประชากรครั้งแรกในรอบ 3 ทศวรรษ แต่ไม่มีการบรรจุชาวโรฮิงญาเข้าไปในแบบสำรวจดังกล่าว ซึ่งเป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่าเมียนมาร์มีนโยบายกีดกันชาวโรฮิงญาออกจากสังคมอย่างชัดเจน





