เรือค้นหาจีนกับออสเตรเลีย พบสัญญาณกล่องดำคนละจุดในมหาสมุทรอินเดีย เร่งตรวจสอบมาจากกล่องดำเที่ยวบินเอ็มเอช 370 จริงหรือไม่
เรือค้นหาจีนกับออสเตรเลีย พบสัญญาณกล่องดำคนละจุดในมหาสมุทรอินเดีย เร่งตรวจสอบมาจากกล่องดำเที่ยวบินเอ็มเอช 370 จริงหรือไม่ ด้านบริษัทผู้ผลิตเครื่องค้นหากล่องดำระบุ คลื่นความถี่ 37.5 กิโลเฮิรตซ์ เป็นคลื่นความถี่จำเพาะมาก ไม่พบตามมหาสมุทรทั่วไป
เรือของจีนกับออสเตรเลียที่ค้นหาเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส พบสัญญาณกล่องดำคนละจุดในมหาสมุทรอินเดีย และกำลังพยายามตรวจสอบว่าอาจเป็นสัญญาณจากกล่องดำของเที่ยวบินเอ็มเอช 370 หรือไม่
เจ้าหน้าที่ค้นหาของออสเตรเลีย กล่าวว่า เรือลาดตระเวนของจีน ที่ชื่อว่าไห่ซัน 01 จับสัญญาณได้ 2 ครั้งระหว่างการเข้าร่วมปฏิบัติการค้นหาทางตะวันตกของเมืองเพิร์ธ อันเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ตกลงสู่มหาสมุทรอินเดีย
ขณะนี้ได้มีการส่งเครื่องบินและเรือมากขึ้นเข้ามายังพื้นที่นี้ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าเรือเอชเอ็มเอเอสโอเชียนชิลด์ของออสเตรเลีย สามารถตรวจจับสัญญาณเสียงได้ในจุดที่ห่างออกไปจากจุดที่เรือจีนจับสัญญาณได้ 300 ไมล์ทะเล
เรือโอเชียนชิลด์ลากจูงอุปกรณ์ทันสมัยของกองทัพเรือสหรัฐ ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อจับสัญญาณที่ส่งมาจากกล่องดำ ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญอธิบายสาเหตุของการบินออกนอกเส้นทางของเครื่องบิน
"เรากำลังตรวจสอบรายงานการพบสัญญาณที่สองจุดอย่างจริงจัง เพราะต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนระดมเรือกับเครื่องบินจากจุดอื่นมาช่วยค้นหาทั้งสองจุด" พลอากาศเอกแองกัส ฮูสตัน อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดออสเตรเลีย ปัจจุบันทำหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานการค้นหาเที่ยวบินเอ็มเอช 370 กล่าว
ยังไม่สรุปมาจากเอ็มเอช 370
ทั้งนี้ เรือไห่ซัน 01 ตรวจจับสัญญาณที่มีความถี่ 37.5 กิโลเฮิรตซ์ต่อวินาที อันเป็นคลื่นความถี่เดียวกับที่เครื่องบันทึกข้อมูลการบินส่งออกมา โดยจุดที่ตรวจจับสัญญาณได้ อยู่ประมาณ 25 องศาทางใต้ และ 101 องศาตะวันออก
เจ้าหน้าที่ค้นหาของออสเตรเลีย กล่าวว่า สัญญาณดังกล่าวสอดคล้องกับสัญญาณจากกล่องดำ แต่เจ้าหน้าที่และสำนักข่าวซินหัว ยืนยันว่า ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าสัญญาณดังกล่าว เชื่อมโยงกับเที่ยวบินเอ็มเอช 370
"คลื่นความถี่ 37.5 กิโลเฮิรตซ์ เป็นคลื่นความถี่จำเพาะที่เครื่องค้นหากล่องดำถูกตั้งค่าไว้ คลื่นความถี่นี้เป็นคลื่นความถี่จำเพาะมากๆ ปกติแล้วสัญญาณนี้จะไม่มีการตรวจพบตามมหาสมุทร" นายแอนนิช พาเทล ประธานบริษัทดูเคนซีคอม ซึ่งผลิตเครื่องค้นหากล่องดำ ระบุ
เน้นจุดค้นหาทางตอนใต้
พลอากาศเอกฮูสตัน กล่าวว่า การวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียมก่อนหน้านี้ ทำให้เจ้าหน้าที่ปรับจุดที่มีการค้นหา ไปเน้นทางตอนใต้ของจุดที่มีการค้นหาอยู่ในปัจจุบัน
"จุดที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด คือ บริเวณทางตอนใต้ ซึ่งเรือไห่ซัน 01 กำลังทำงานอยู่ และนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เราสนใจมากกับการที่เรือไห่ซัน 01 จับสัญญาณเสียงได้ 2 ครั้ง" พลอากาศเอกฮูสตันอธิบาย พร้อมเสริมว่าบริเวณดังกล่าวมีความลึกประมาณ 4,500 เมตร
ด้าน นายกรัฐมนตรีโทนี แอบบอตต์ ของ ออสเตรเลีย กล่าวแสดงความหวังว่าสัญญาณที่ตรวจจับได้ จะมีความเกี่ยวข้องกับเที่ยวบินเอ็มเอช 370
"นี่เป็นการค้นหาที่ยากลำบากที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ เรากำลังค้นหาเครื่องบินใต้มหาสมุทรที่ลึกมาก และพื้นที่ค้นหาก็กว้างมาก" นายแอบบอตต์กล่าว
สอบสวนอย่างเป็นทางการ
มาเลเซีย กล่าวว่า ได้ตั้งคณะสอบสวนอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับการสูญหายของเที่ยวบินเอ็มเอช 370 คณะสอบสวนนี้จะประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากออสเตรเลีย สหรัฐ จีน อังกฤษ และ ฝรั่งเศส
ปกติแล้ว การสอบสวนเกี่ยวกับความปลอดภัยทางอากาศอย่างเป็นทางการ จะไม่มีขึ้น จนกว่าจะมีการพบเศษซากชิ้นส่วน อย่างไรก็ตาม มีความวิตกว่าการสอบสวนอย่างไม่เป็นทางการของมาเลเซียนับถึงขณะนี้ ไม่มีจุดรองรับทางกฎหมายสำหรับการสอบสวนอย่างเป็นทางการตามกฎของสหประชาชาติ
กฎระเบียบขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ระบุว่าประเทศที่เครื่องบินลำนั้นมีการจดทะเบียน จะรับหน้าที่แกนนำในการสอบสวน ในกรณีที่เกิดเหตุในน่านน้ำสากล
นายฮิชัมมูดดีน ฮุสเซน รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย กล่าวว่า คณะสอบสวนจะประกอบด้วย 3 กลุ่ม กลุ่มแรกจะตรวจสอบประวัติด้านการซ่อมบำรุง โครงสร้าง และระบบ กลุ่มที่สองเป็นกลุ่มดำเนินงานที่จะศึกษาบันทึกของเที่ยวบิน การดำเนินงาน และลักษณะสภาพอากาศ ส่วนกลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่จะศึกษาปัจจัยทางการแพทย์และมนุษย์ โดยจะพิจารณาประเด็นทางจิตวิทยา พยาธิวิทยา และความอยู่รอด
นายฮิชัมมูดดีน กล่าวว่า คณะของโบอิง ผู้ผลิตเครื่องบินรุ่น 777 สำหรับเที่ยวบินเอ็มเอช 370 จะเข้าร่วมในคณะสอบสวนด้วย
"เราไม่มีอะไรต้องปกปิด ขอให้เราทำตามกระบวนการและโครงสร้างที่ได้วางไว้" นายฮิชัมมูดดีน กล่าว





