ลอนดอนอาจจะเปลี่ยนสมญานามจาก"เมืองผู้ดี" มาเป็น "เมืองมหาเศรษฐี" ในไม่ช้านี้ก็ได้ เนื่องจากกำลังกลายเป็นเมืองที่มีเศรษฐีพันล้านอาศัยอยู่มาก
ผลวิจัยชิ้นใหม่ที่ "โบแชมป์ เอสเตทส์" และ "ดาต้าลอฟท์" จัดทำขึ้นจากการวิเคราะห์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ชั้นสูงพบว่าลอนดอนกำลังเป็นสวรรค์ของบรรดาเศรษฐีใหม่ที่มีเงินถุงเงินถังระดับพันล้าน โดยปัจจุบันมีมหาเศรษฐีพันล้านอยู่ 2,170 คนบนโลก และในจำนวนนี้ อาศัยอยู่ในลอนดอนมากถึง 67 คน
สถิติดังกล่าวทำให้ลอนดอนกลายเป็นเมืองหลวงของประเทศตะวันตกที่มีเศรษฐีพันล้านอาศัยอยู่มากที่สุด ตามมาด้วยกรุงปารีสที่มีเศรษฐีพันล้านอาศัยอยู่ 25 คน ส่วนอันดับ 3 ตกเป็นของกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีเศรษฐีพันล้านอาศัยอยู่เพียง 18 คน ทั้ง ๆ ที่ได้ชื่อว่าเป็นแดนสวรรค์ของผู้เสียภาษี
มหาเศรษฐีพันล้านเหล่านี้มีรายได้สุทธิรวมกัน 6.46 ล้านล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้แบ่งเป็นมหาเศรษฐีที่รวยมาด้วยลำแข้งของตัวเองมากถึง 60% ส่วนอีก 20% รวยเพราะมรดก และ 20% สุดท้ายรวยมาจากทั้งมรดกแล้วก็หาเอาเองด้วย
สำหรับเกณฑ์ที่เอามาวัดว่าใครจะถูกเรียกว่าเศรษฐีพันล้านนั้น คน ๆ นั้นจะต้องมีอสังหาริมทรัพย์มูลค่ากว่า 83 ล้านดอลลาร์ มีที่พักอาศัยเฉลี่ย 4 แห่ง หนึ่งในนั้นจะต้องอยู่ในลอนดอน และมีราคาเฉลี่ยสูงกว่า 38 ล้านดอลลาร์ ทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ในปัจจุบันจะต้องอยู่ในบริษัทเอกชน 42% และในบริษัทมหาชน 35% มีเงินสด 18% มีอสังหาริมทรัพย์ที่พักอาศัย 3% งานศิลปะ และค่าใช้จ่ายในการเดินทาง 2%
นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้อสังหาริมทรัพย์ระดับ "ซูเปอร์ ไพร์ม" ในลอนดอนมีการเปลี่ยนมือบ่อยขึ้นกว่าเมืองอื่นในโลก โดยในปี 2555 มีการขายอสังหาริมทรัพย์ซูเปอร์ ไพร์ม 300 แห่งเกิดขึ้นในโลก และกว่า 50% เกิดขึ้นที่ลอนดอน ประมาณ 1 ใน 3 ของคนที่ซื้อที่พักเหล่านั้นเป็นชาวอังกฤษ ที่เหลือเป็นชาวต่างชาติ และทั้ง ๆ ที่เกิดวิกฤติการเงิน อสังหาริมทรัพย์ในย่านเด่น ๆ ของลอนดอนอย่างเชลซี เคนซิงตัน ไนท์สบริดจ์ และเมย์แฟร์กลับมีราคาเพิ่มขึ้นถึง 23% นับจากปี 2551
ผลวิจัยยังชี้ด้วยว่าเศรษฐีพันล้านแต่ละชาตินั้นมีลักษณะเฉพาะตัวเวลาที่ซื้อ โดยชาวสิงคโปร์จะต้องการพนักงานเยอะ ๆ แล้วก็ต้องจัดหาที่พักให้พวกเขาด้วย เศรษฐีรัสเซียนั้นต้องการความปลอดภัย ส่วนเศรษฐีตะวันออกกลางต้องการให้มีลิฟท์ทั่วทุกแห่ง
พวกเศรษฐีน้ำมัน เชื้อพระวงศ์จากตะวันออกกลาง และทายาทของบุคคลที่ทรงอิทธิพลในโลกจะมีที่พักอยู่บนถนนสายที่แพงที่สุดในลอนดอนที่เรียกว่า "เดอะ บิชอฟส์ อเวนิว" ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อของ "ถนนเศรษฐีพันล้าน" อีกชื่อหนึ่งด้วย
แต่แทนที่ถนนสายนี้จะดูหรูหราฟู่ฟ่าสมกับชื่อ ถนนเศรษฐีพันล้านกลับเป็นเพียงสถานที่ที่ถูกหลงลืม และทิ้งร้าง เพราะเจ้าของส่วนใหญ่จะซื้อเอาไว้เฉย ๆ แต่ไม่เคยไปอยู่ที่นั่นเลย ทำให้ตึกรามบ้านช่องดูรกร้าง ต่างกับราคาที่สูงเอา ๆ





