เรือรบออสเตรเลียซึ่งลำเลียงเครื่องบินติดเครื่องตรวจจับกล่องดำกำหนดแล่นออกทะเลในวันนี้ เพื่อเข้าร่วมปฎิบัติการค้นหาเครื่องบินมาเลเซีย
เรือรบออสเตรเลียซึ่งลำเลียงเครื่องบินติดเครื่องตรวจจับกล่องดำกำหนดแล่นออกทะเลในวันนี้ เพื่อเข้าร่วมปฎิบัติการค้นหาเครื่องบินสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลนส์ที่หายสาบสูญไปนานมากกว่า 3 สัปดาห์แล้ว จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานยืนยันว่า วัตถุต้องสงสัยที่ค้นพบใหม่อีก 3 ชิ้นเป็นของเครื่องบินลำดังกล่าวหรือไม่
เรือรบต้องใช้เวลาเดินทางราว 3-4 วัน เพื่อเข้าถึงเขตค้นหา ซึ่งมีขนาดพื้นที่ประมาณประเทศโปแลนด์ และอยู่ห่างไปราว 1,850 กิโลเมตรไปทางตะวันตกของออสเตรเลีย โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานความปลอดภัยทางทะเลแห่งออสเตรเลีย ซึ่งรับผิดชอบปฎิบัติครั้งนี้ ระบุว่า เรือลำนี้ได้ติดตั้งเครื่องตรวจจับกล่องดำจากสหรัฐ พร้อมยานบังคับใต้น้ำไร้คนขับ และอุปกรณ์ตรวจจับเสียง
เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งลงมือค้นหาเครื่องบินที่หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยต่อไป ขณะที่สาเหตุของเหตุการณ์ครั้งนี้ยังคงเป็นปริศนา โดยมีความเป็นไปได้มากมายตั้งแต่เครื่องยนต์ขัดข้อง จี้เครื่องบิน การก่อการร้าย หรือกระทั่งนักบินอาจเจตนานำเครื่องลงทะเล ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ตรวจสอบเครื่องจำลองการบินที่ยึดมาได้จากบ้านของนักบินลำดังกล่าว เปิดเผยว่า ยังไม่พบข้อมูลใดที่น่าสงสัย
ช่วง 2 วันที่ผ่านมา เรือค้นหาพยายามกำหนดสถานที่ที่ระบุว่าพบเห็นวัตถุต้องสงสัย โดยสภาพอากาศที่มีฝนตกปรอยๆ และเมฆเคลื่อนตัวต่ำในพื้นที่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการค้นหาแต่อย่างใด
ด้านผู้อำนวยการสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลนส์ เปิดเผยที่กรุงปักกิ่งว่าบรรดาญาติชาวจีนของผู้โดยสารบนเที่ยวบินเอ็มเอช 370 จะเดินทางถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียในช่วงเช้าวันนี้ โดยตัวแทนของญาติชาวจีนรายหนึ่ง กล่าวว่า ต้องการพบนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคมนาคมมาเลเซียเป็นการส่วนตัว เพื่อขอคำตอบที่น่าพอใจมากกว่าข้อมูลจากตัวแทนรัฐบาลมาเลเซียในจีนที่ให้แก่พวกเขา
ทั้งนี้ หากเจ้าหน้าที่สืบสวนสามารถกำหนดบริเวณที่เครื่องบินของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลนส์ตกในเขตค้นหาที่กำหนดขึ้นมาใหม่นี้ได้ การกู้ข้อมูลของเที่ยวบินและเครื่องบันทึกเสียงห้องขับเครื่องบินอาจเป็นปฎิบัติการที่ยุ่งยากซับซ้อน เนื่องจากแม้พื้นมหาสมุทรส่วนใหญ่ในบริเวณดังกล่าวจะมีความลึกประมาณ 2,000 เมตร จากผิวน้ำ แต่บางพื้นที่สามารถวัดความลึกได้มากถึง 6,000 เมตร





