สหรัฐจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวทางการทหารในยูเครน เนื่องจากไม่ต้องการกระตุ้นให้เกิดสงครามจริงๆกับรัสเซีย
คำประกาศของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ว่า สหรัฐจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวทางการทหารในยูเครน เนื่องจากไม่ต้องการกระตุ้นให้เกิดสงครามจริงๆ กับรัสเซีย ทำให้สหรัฐเหลือ "สงครามเศรษฐกิจ" เป็นอาวุธเพียงอย่างเดียวในการลงโทษรัสเซีย แต่อาวุธนี้ก็ไม่เหมือนกระสุนและระเบิดที่จะเห็นผลทันที ต้องอาศัยเวลาจึงจะเห็นผลกระทบ
หลังวินาศกรรม 11 ก.ย. 2544 สหรัฐค้นพบว่าการตัดเส้นเลือดทางการเงินศัตรูอาจเป็นการแทรกแซงทางทหารที่มีประสิทธิภาพ ทั้งยังไม่เปลืองเงินและเปลืองตัวมากนัก แต่ในกรณีของรัสเซีย แนวทางนี้อาจเป็นทางเลือกเดียว ทั้งยังอาจมีผลกระทบจำกัด เว้นแต่ยุโรปสนับสนุนแนวคิดของสหรัฐ
นายฮวน ซาราเต ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงประจำทำเนียบขาวตั้งแต่ปี 2548-2551 กล่าวว่า มีบางกรณีอย่างของยูเครนที่ไม่สามารถใช้กำลังทหารได้ ต้องหันไปใช้ในเชิงการเงินและเศรษฐกิจแทน ทั้งนี้ นายซาราเตยังเคยเป็นปลัดกระทรวงการคลังและเคยรับมืออาชญากรรมการเงิน รวมถึงตัดทางการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่กลุ่มก่อการร้ายมาแล้ว
ด้านนายชิพ ปอนซี ผู้อำนวยการสำนักนโยบายยุทธศาสตร์การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ก่อการร้ายและอาชญากรรมการเงิน ประจำกระทรวงการคลังสหรัฐ กล่าวว่า วิกฤตการณ์ทุกครั้งไม่สามารถใช้แนวทางทางทหารในการรับมือได้
นายซาราเตกับนายปอนซีช่วยวางกรอบตัดเส้นเลือดการเงินของศัตรู อันเป็นยุทธศาสตร์ที่หลายคนคิดว่าเป็นกุญแจสำคัญในการดึงอิหร่านกลับสู่โต๊ะเจรจา ทั้งยังกระเทือนถึงแก่นของเครือข่ายอัลไกดาในอัฟกานิสถาน
อย่างไรก็ตาม ในกรณีของรัสเซียนั้นต้องดูกันต่อไปว่าจะได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด
นายซาราเตกล่าวว่า ในกรณีของรัสเซีย เป็นการยากกว่าที่จะใช้วิธีตัดเส้นเลือดการเงิน เพราะรัสเซียเป็นประเทศที่มีอิทธิพล มีความก้าวหน้า และมีความสัมพันธ์กับชาติต่างๆ ในโลก
ที่ผ่านมา รัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช พุ่งเป้าไปที่บัญชีและสินทรัพย์ของศัตรู พร้อมกับใช้กำลังทหาร แต่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ใช้ยุทธศาสตร์ที่มีเอกลักษณ์
นายซาราเตระบุว่า อิหร่านกับเกาหลีเหนือรู้สึกได้ถึงผลกระทบของการไม่สามารถเข้าถึงระบบการเงินโลก แม้แต่เกาหลีเหนือก็มีบัญชีธนาคาร ในการทำธุรกิจศตวรรษนี้คุณต้องมีความเชื่อมโยงกับระบบในโลก หากคุณสามารถตัดบางประเทศออกจากระบบเหล่านี้ ถือว่าคุณมีอำนาจ ทั้งนี้ เขาเป็นคนเขียนหนังสือเรื่อง "ยุคใหม่ของสงครามการเงิน"
แม้ว่าประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินแห่งรัสเซีย เห็นเป็นเรื่องขันที่สหรัฐกับยุโรปคว่ำบาตรเศรษฐกิจบุคคลใกล้ชิดกับเขา รวมถึงธนาคารหลายแห่งในรัสเซีย แต่นายซาราเตคิดว่ามาตรการคว่ำบาตรจะส่งผลเสียต่อรัฐบาลกรุงมอสโกในระยะยาว เพราะธนาคารและสถาบันการเงินต้องตระหนักว่าเป็นเรื่องไม่คุ้มค่าและเสี่ยงที่จะทำธุรกิจกับธนาคารในรัสเซีย





