ผู้บริหารธนาคารจีนเรียกร้องรัฐบาลเข้าคุม "อินเทอร์เน็ต ฟันด์"ที่กำลังแย่งลูกค้าจากตัวเอง อ้างทำให้โครงสร้างระบบเงินฝากเสีย
บรรดาผู้บริหารธนาคารจีนเรียกร้องให้รัฐบาลเข้าไปคุมเข้ม "อินเทอร์เน็ต ฟันด์" ที่กำลังแย่งลูกค้าจากตัวเอง โดยอ้างว่าทำให้โครงสร้างระบบเงินฝากเสีย และเสี่ยงต่อการฉ้อฉลเพราะไร้กฎระเบียบควบคุม ขณะที่ "ไป่ตู้" และ "เทนเซนต์ โฮลดิ้งส์" เปิดรับการทำธุรกิจการเงินทางอินเทอร์เน็ตด้วยการออกผลิตภัณฑ์คล้ายคลึงกัน
อินเทอร์เน็ต ฟันด์ ซึ่งเป็นกองทุนการเงินประเภทใหม่ที่รับฝากเงิน และทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ตให้กับลูกค้า กำลังถูกจับตามองเป็นอย่างมากในจีน เนื่องจากเป็นธุรกิจมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่กลับขาดกฎระเบียบควบคุมจนทำให้หลายฝ่าย โดยเฉพาะบรรดาธนาคารที่ถูกแย่งลูกค้าไป ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลจับตามองให้ดีก่อนที่จะก่อให้เกิดปัญหาตามมา
อินเทอร์เน็ต ฟันด์ ได้รับความสนใจภายหลังจากที่กองทุน "เยว่ เป่า" ที่บริษัทชำระเงินออนไลน์ในเครืออาลีบาบา กรุ๊ป ก่อตั้้งขึ้นเมื่อ 9 เดือนก่อน มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว สามารถดึงเงินฝากจากลูกค้าได้ถึง 81 ล้านคน ซึ่งมากกว่าจำนวนประชากรของประเทศเยอรมันเสียอีก ทั้งนี้เป็นผลมาจากการใช้งานง่าย ๆ เพียงแค่กดปุ่มบนสมาร์ทโฟนไม่กี่ครั้งก็สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้แล้ว แถมยังให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าธนาคารจีนทั่วไปมาก
ขณะนี้ มีบริษัทไฮเทคอย่างน้อย 6 แห่งรวมถึง ไป่ตู้ และเทนเซนต์ โฮลดิ้งส์ ได้เปิดรับการทำธุรกิจการเงินทางอินเทอร์เน็ตด้วยการออกผลิตภัณฑ์ที่คล้ายคลึงกัน โดยให้ผลตอบแทนสูงถึง 10% ทำให้เกิดความเสี่ยงว่าอินเทอร์เน็ต ฟันด์จะดึงดูดเงินสดออกจากระบบธนาคารจีนออกไปหมด
เรื่องนี้ทำให้บรรดาผู้บริหารธนาคารของจีนซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลจีนออกกฎระเบียบควบคุมอินเทอร์เน็ต ฟันด์ให้มากขึ้นโดยให้เหตุผลว่าการปราศจากการตรวจสอบ อีกทั้งความเสี่ยงที่จะเกิดความมั่นคงเรื่องเงินฝากตามมา อาจจะกลายเป็นภัยคุกคามความมั่นคงทางการเงินของจีนในภายหลังได้
ทั้งนี้ ธนาคารจีนไม่สามารถป้องกันลูกค้าของตัวเองไม่ให้แห่ไปฝากเงินกับอินเทอร์เน็ต ฟันด์ได้ เนื่องจากรัฐบาลได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของทางธนาคารเอาไว้ตายตัวอยู่ที่ 0.35%
นายหยาง ไกเฉิง อดีตประธานธนาคารอินดัสเตรียล แอนด์ คอมเมอร์เชียล แบงก์ ออฟ ไชน่า กล่าวว่า การถือกำเนิดขึ้นของบริษัทการเงินทางอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในจีน เพราะบริษัทเหล่านี้รับใช้คนรากหญ้าได้ดีกว่าธนาคาร แต่ใครก็ตามที่เข้ามาในภาคบริการทางการเงิน ไม่ว่าจะทางออนไลน์หรือทางช่องทางปรกติ จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ และถ้ามีกลุ่มไหนไม่ได้รับการตรวจสอบนานเกินไป โอกาสที่จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินก็เพิ่มมากขึ้น
ความเห็นของนายหยางได้รับเสียงตอบรับจากบรรดา ส.ส. นายธนาคาร เจ้าหน้าที่รัฐ และมหาเศรษฐีที่เรียกร้องให้ออกกฎระเบียบเพิ่มเติมเพื่อปกป้องลูกค้าของอินเทอร์เน็ต ฟันด์เหล่านี้กันมากขึ้น





