วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วีซ่า-มาสเตอร์การ์ด'ระงับบริการในรัสเซีย

วิกฤติไครเมียลาม "วีซ่า-มาสเตอร์การ์ด" ผู้ให้บริการบัตรเครดิตยักษ์ใหญ่สัญชาติสหรัฐ ระงับให้บริการร่วมกับสถาบันการเงินของรัสเซีย 4 แห่ง

บีบีซี รายงานว่า บริษัทวีซ่า และมาสเตอร์การ์ด ผู้ให้บริการบัตรเครดิตรายใหญ่ของโลกสัญชาติสหรัฐ ระงับให้บริการร่วมกับสถาบันการเงินของรัสเซีย 4 แห่งที่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคลซึ่งสหรัฐประกาศขึ้นบัญชีดำเพิ่มเติมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา

ธนาคารที่ได้รับผลกระทบจากการระงับการให้บริการร่วมครั้งนี้ รวมไปถึงธนาคารรอสซิยา สถาบันการเงินขนาดกลางของรัสเซียที่มีสินทรัพย์มากเป็นอันดับ 15 ของประเทศ และสหรัฐมองว่าเป็นแหล่งเงินสำคัญของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน และบุคคลใกล้ชิด

อย่างไรก็ดี ผู้นำรัสเซียยืนยันในเวลาต่อมาว่า ธนาคารรอสซิยาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิกฤติการเมืองในยูเครนที่กระตุ้นให้สหรัฐออกมาเคลื่อนไหว พร้อมกับประกาศจะไปเปิดบัญชีและขอรับเงินเดือนผ่านธนาคารรอสซิยาในอนาคตอันใกล้นี้

ส่วนธนาคารอีก 3 แห่ง คือ ธนาคารเอสเอ็มพี ซึ่งมี นายอาร์คาดี และบอริส โรเทนเบิร์ก พี่น้องมหาเศรษฐีชาวรัสเซียเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 39 ของประเทศ ธนาคารโซบิน และธนาคารอินเวสต์คาพิทัล

ขณะที่การยกระดับมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหรัฐและพันธมิตรในยุโรปเริ่มส่งผลกระทบต่อรัสเซียแล้ว โดยบรรยากาศการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์มอสโกปิดลบกว่า 1% เมื่อวันศุกร์ที่ 21 มี.ค. โดยหุ้นของสเบอร์แบงก์ สถาบันการเงินใหญ่ที่สุดของรัสเซียตกลง 2.9% และหุ้นของก๊าซพรอม รัฐวิสาหกิจพลังงานอันดับ 1 ของรัสเซีย ซึ่งเป็นบริษัทขุดเจาะก๊าซธรรมชาติใหญ่ที่สุดของโลกด้วย ตกลง 0.9%

อียูลดพึ่งพาพลังงานรัสเซีย

สำนักข่าวซินหัวรายงานอ้างคำพูด นายเฮอร์มาน แวน รอมปุย ประธานสภายุโรป ที่กล่าวภายหลังการประชุมสุดยอดอียูว่า การลดการพึ่งพาพลังงาน โดยเฉพาะจากรัสเซีย ถือเป็นหนึ่งในประเด็นหลักของความตั้งใจของชาติสมาชิกอียู สภายุโรปจึงได้เรียกร้องให้คณะกรรมการทำการศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับความมั่นคงทางพลังงานของอียู และนำเสนอแผนการลดการพึ่งพาพลังงานของอียูภายในเดือน มิ.ย.ที่จะถึงนี้

แผนดังกล่าวจะต้องสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจริงที่ว่า อียูจะต้องเร่งกระจายการลงทุนด้านอุปทานพลังงาน เพิ่มอำนาจการต่อรองและประสิทธิภาพด้านพลังงาน รวมทั้งพัฒนาเชื้อเพลิงที่นำกลับมาใช้งานใหม่ได้ และร่วมมือในการพัฒนาสาธารณูปโภคที่จะช่วยสนับสนุนการกระจายการลงทุนในรูปแบบที่ยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังได้เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันหากเกิดเหตุฉุกเฉินด้านอุปทานพลังงานในประเทศสมาชิกด้วยกัน

ลงนามข้อตกลงกระชับสัมพันธ์ยูเครน

ขณะที่บรรดาผู้นำอียูลงนามข้อตกลงกระชับความสัมพันธ์กับยูเครนให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการแสดงการสนับสนุน หลังจากรัสเซียผนวกดินแดนไครเมียเข้ากับตนเอง ซึ่งการลงนามนี้มีขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจากประกาศมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม การถอนตัวจากข้อตกลงดังกล่าวของนายวิกเตอร์ ยานูโควิช อดีตผู้นำยูเครนที่ฝักใฝ่รัสเซียในเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว นำมาซึ่งการชุมนุมประท้วงรุนแรง,การถอดถอนเขาออกจากตำแหน่ง และรัสเซียยึดเขตไครเมียของยูเครน จนจุดชนวนวิกฤติที่เลวร้ายที่สุด ระหว่างตะวันออกกับตะวันตก นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเย็น

ไครเมียฉลองใหญ่หลังถูกผนวกดินแดน

ชาวไครเมียรวมตัวกันฉลองอย่างยิ่งใหญ่ในเมืองซิมฟิโรโพลเมื่อคืนวาน (21 มีงค.) โดยร่วมชมคอนเสิร์ตและฟังคำปราศรัยของนายกรัฐมนตรีเซอร์เก อัคซิโยนอฟ ของไครเมีย ในโอกาสที่กระบวนการผนวกดินแดนกับรัสเซียเสร็จเรียบร้อย หลังจากประชาชนในไครเมียซึ่งกว่า 50% เป็นคนเชื้อสายรัสเซีย ลงประชามติด้วยคะแนนเสียงถล่มทลายเกือบ 97% เมื่อวันที่ 16 มี.ค.สนับสนุนการแยกตัวออกจากยูเครนเพื่อไปผนวกดินแดนกับรัสเซีย สิ้นสุดสถานะเขตปกครองตนเองในไครเมีย

ในกรุงมอสโกของรัสเซีย มีการแสดงพลุเฉลิมฉลองเช่นเดียวกัน โดยการแสดงดังกล่าวเกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ลงนามในกฤษฎีกาให้สัตยาบันรับรองสนธิสัญญาการผนวกดินแดนไครเมียเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐรัสเซีย ทำให้กระบวนการผนวกดินแดนเสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์

ก่อนหน้านี้ เขาและผู้นำไครเมียลงนามในสนธิสัญญาเมื่อวันอังคารที่ 18 มี.ค. และสภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภาได้ลงมติเห็นชอบให้สัตยาบันรับรอง

กฤษฎีกาฉบับนี้ ระบุว่า สหพันธรัฐรัสเซียจะประกอบด้วย 85 เขตปกครอง เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีอยู่ 83 เขต โดยเขตใหม่ คือ สาธารณรัฐไครเมีย และเมืองเซวาสโตโพลที่มีสถานะพิเศษอยู่ภายในไครเมีย โดยเมืองเซวาสโตโพลเป็นเมืองท่าสำคัญซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือรัสเซีย ส่วนเมืองซิมฟิโรโพลเป็นเมืองหลวงของไครเมีย

ล่าสุด องค์การความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป หรือ โอเอสซีอี จะส่งผู้สังเกตการณ์ชุดแรก 100 คนเข้าไปสังเกตการณ์ในยูเครนเป็นเวลา 6 เดือน แต่รัสเซียไม่ยอมให้เข้าไปในไครเมีย

"บันคีมุน"ถกฝ่าวิกฤติในยูเครน

นายบัน คีมุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เดินทางเยือนยูเครน พร้อมเข้าพบ นายโอเล็กซานเดอร์ ตูร์เชนอฟ ประธานาธิบดีเฉพาะกาลของยูเครน เพื่อพูดคุยหาแนวทางแก้วิกฤติที่เกิดขึ้นในไครเมีย ซึ่งทั้งสองได้มีการหารือกันในหลายประเด็น ทั้งสถานะของรัสเซียที่มีอยู่ในยูเครนและไครเมีย ตลอดจนการเลือกตั้งในยูเครนที่จะมีขึ้นในวันที่ 25 พ.ค.นี้

การเดินทางของนายบันคีมุน มีขึ้นหลังจากที่เขาเพิ่งเดินทางไปรัสเซียเพื่อหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งสำคัญกับยูเครนในกรณีไครเมีย เพื่อแสวงหาทางออกต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในไครเมียเช่นเดียวกัน

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลยูเครนเพิ่งออกมาเรียกร้องให้ยูเอ็นเป็นตัวกลางในการจัดตั้งเขตปลอดทหารในไครเมีย เพื่อให้กองทัพรัสเซียถอนกำลังออกจากพื้นที่ หลังจากที่ผู้นำรัสเซียและผู้นำไครเมียได้ลงนามในสนธิสัญญารับรองให้ไครเมียเป็นสาธารณรัฐ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐรัสเซีย