วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เยลเลน'ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด

"เยลเลน"ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐ ยุโรป และเอเชียปรับตัวลงกันถ้วนหน้า

บรรดานักลงทุนมองว่า ประธานเฟดคนใหม่ส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าเดิม และมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐ ยุโรป และเอเชียปรับตัวลงกันถ้วนหน้า

นางเจเน็ต เยลเลน ในฐานะประธานธนาคารกลางคนใหม่ของสหรัฐหรือเฟด ได้เข้าร่วมการประชุมกำหนดนโยบายครั้งแรกเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมาตามเวลาไทย และได้ออกแถลงการณ์ว่าจะคงนโยบายเดิมของประธานเฟดคนก่อนเอาไว้ต่อไป ได้แก่ ลดปริมาณการเข้าซื้อพันธบัตรรายเดือนลงอีก 10,000 ล้านดอลลาร์ เหลือเดือนละ 55,000 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากเห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่งพอที่จะสนับสนุนการฟื้นตัวในตลาดแรงงานแล้ว

อย่างไรก็ตาม นางเยลเลนกลับส่งสัญญาณว่าเฟดอาจจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์กันไว้ ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลง 0.7% เอสแอนด์พี 0.61% แนสแด็ก 0.59% ภายหลังการประชุม ขณะที่พันธบัตรระยะยาวของรัฐบาลขยับขึ้น 0.096% ส่วนตลาดหลัก ๆ ในเอเชียไม่ว่าจะเป็นโตเกียว ฮ่องกง โซล เซี่ยงไฮ้ ต่างปรับตัวลงกันถ้วนหน้าในวันถัดไป

การปรับลดมูลค่าการเข้าซื้อพันธบัตรรายเดือนของเฟดเป็นสิ่งที่ตลาดคาดการณ์กันอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้นักลงทุนสั่นสะเทือนคือการที่เยลเลนกล่าวว่ากำหนดเวลาในการขึ้นดอกเบี้ยอาจจะอยู่ในช่วง 6 เดือนภายหลังจากที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการเข้าซื้อพันธบัตรสิ้นสุดลงภายในสิ้นปีนี้ นั่นหมายความว่า อัตราดอกเบี้ยอาจจะปรับขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า

การดิ่งวูบของหุ้นทั่วโลกแสดงให้เห็นว่านักลงทุนมีความรู้สึกไวมากต่อการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของเฟดภายหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐดำเนินมาตรการอย่างแข็งกร้าวมา 7 ปีเพื่อสร้างเสถียรภาพ และความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจของประเทศ

นายฮิโรมิชิ ซิราคาวะ นักวิเคราะห์ประจำเครดิต สวิส กล่าวว่า เยลเลนอาจจะถูกมองว่าไม่ได้เป็นสายพิราบเหมือนที่คิด และตลาดควรให้ความสำคัญกับความเป็นไปได้ที่ว่า "ยุคดอลลาร์แข็ง-หุ้นอ่อน" จะเริ่มขึ้นแล้ว

ก่อนหน้านี้เศรษฐกิจสหรัฐซบเซาอย่างหนักจนทำให้นายเบน เบอร์แนนเก้ ประธานเฟดคนก่อน ประกาศเอาไว้ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยก็ต่อเมื่ออัตราว่างงานลดเหลือ 6.5% แต่ปัจจุบันนี้ อัตราว่างงานได้ลดลงมาเหลือ 6.7% ในเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้เฟดภายใต้การดูแลของนางเยลเลนกล่าวว่าจะไม่พิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากอัตราว่างงานเพียงอย่างเดียวแล้ว แต่จะนำตัวเลขอื่น ๆ มาประกอบการพิจารณาด้วย ไม่ว่าจะเป็นสภาพตลาดแรงงาน อัตราเงินเฟ้อ และสถานการณ์ในตลาดเงิน

ทั้งนี้ ความท้าทายที่นางเยลเลนจะต้องเผชิญเมื่อก้าวขึ้นมากุมบังเหียนเฟดก็คือ เมื่อเศรษฐกิจเริ่มแข็งแกร่งขึ้น เฟดก็ต้องค่อย ๆ ก้าวถอยหลังจากนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน แต่จะต้องบาลานซ์ให้ดี เพราะถ้าถอยกลับเร็วเกินไป ก็อาจจะไปขัดขวางการฟื้นตัวที่ตัวเองกำลังสนับสนุนอยู่ได้