วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไครเมีย'แยกยูเครนเสี่ยงเจอปัญหาเศรษฐกิจ

"ไครเมีย"จะเข้าร่วมกับรัสเซียหรือไม่นั้น คำถามหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ความขัดแย้งในคาบสมุทรนี้จะเป็นอย่างไร

ก่อนที่จะถึงกำหนดการลงประชามติในวันอาทิตย์นี้ว่า ไครเมียจะเข้าร่วมกับรัสเซียหรือไม่นั้น คำถามหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ความขัดแย้งในคาบสมุทรนี้จะเป็นอย่างไร หากชาวไครเมียต้องการที่จะแยกตัวออกจากยูเครน

ส.ส.รัสเซียรายหนึ่ง ประกาศเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า รัฐบาลรัสเซียพร้อมที่จะจัดหาเงินมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ ให้กับภูมิภาคทะเลดำ ที่มีความสำคัญทางด้านกลยุทธ์ และปัจจุบัน รัสเซียให้การดูแลอยู่อย่างไม่เป็นทางการ

ขณะที่รัฐมนตรีคลังยูเครน "นายอเลกซานเดอร์ ชลาพาก" ให้คำมั่นว่ายูเครนจะให้งบประมาณทั้งหมดแก่ไครเมียต่อไปตามปกติ การเจรจาเรื่องเงินทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า คาบสมุทรไครเมียต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากภายนอกเพื่อให้มีชีวิตรอด

ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานในกรุงเคียฟ "นายมิเฮย์โล กอนชาร์" กล่าวว่า คาบสมุทรไครเมียทางตอนใต้ของยูเครนมีประชาชน 2 ล้านคน มีขนาดเล็กกว่าประเทศเบลเยี่ยม ปริมาณน้ำสำรอง 85% และไฟฟ้า 82% รับมาจากแผ่นดินใหญ่ยูเครน

รัฐวิสาหกิจ "คอร์โนมอร์นาฟโตก๊าซ" (Chornomornaftogaz) สกัดก๊าซธรรมชาติจากทะเลดำปีละ 1,600 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ครอบคลุมเฉพาะความต้องการของไครเมียเท่านั้น

นายกอนชาร์เตือนว่า นี่อาจจะเป็นปัญหาใหญ่หากรัสเซียไม่รับพื้นที่ทางยุทธศาสตร์แห่งนี้เข้าร่วมประเทศด้วย

รัสเซียไม่สามารถจัดหาทรัพยากรระยะสั้นแก่คาบสมุทรไครเมียทดแทนยูเครนได้ เพราะไม่มีโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมต่อระหว่างรัสเซียกับไครเมีย โครงการสร้างสะพานที่อยู่ในขั้นการวางแผนมานาน ยังไม่พร้อมไปอีกหลายปี หากไครเมียผนวกเข้ากับรัสเซีย นายกอนชาร์มองว่า ไม่ว่ากรณีใดก็ตามล้วนเป็นผลร้ายต่อชาวไครเมีย

ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ริมทะเลดำ เศรษฐกิจไครเมียพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ รีสอร์ทหลายแห่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากในช่วงฤดูร้อน แต่เรือรบและทหารรัสเซียที่ประจำการอยู่ในไครเมียแทนเรือท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยวขณะนี้ รีสอร์ทต่าง ๆ คาดว่าจะขาดทุนอย่างหนักในฤดูกาลท่องเที่ยว

นักข่าวเศรษฐกิจชื่อดังของยูเครน "นายเซฟกิล มูเซวา" รายงานว่า นักท่องเที่ยวจำนวนมากตัดสินใจไม่มาไครเมียในวันหยุดปีนี้ เพราะเป็นสถานที่ที่ไม่ปลอดภัย หลายคนเปลี่ยนไปตุรกีหรือโซชิ ของรัสเซีย เมืองตากอากาศที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันพาราลิมปิกในขณะนี้แทน แม้คำขู่เรื่องสงครามจะส่อเค้าขึ้นทั่วทะเลดำ ปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวกว่า 2 ล้านคนในไครเมีย แต่ในปีนี้จะเป็นเท่าใดเขาไม่อาจจินตนาการได้

หัวหน้ากองทุนการพัฒนาเพื่อไครเมีย "นายอเล็กซีย์ สโกริก" มองร้ายไปกว่านั้นพร้อมเตือนว่า คาบสมุทรไครเมียที่สถานการณ์เศรษฐกิจยุ่งยากไปแล้วมีแต่จะเลวร้ายลงเรื่อย ๆ หากวิกฤติบานปลาย

ขณะที่ไครเมียต้องเผชิญกับความเสียหายหากตัดสัมพันธ์ทั้งหมดกับยูเครนแล้วหันมาหารัสเซีย ยูเครนกลับเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย อย่างน้อยในช่วงสั้น ๆ นายกอนชาร์กล่าวว่า เศรษฐกิจท้องถิ่นยูเครนมีส่วนไม่เกิน 3% ของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพีของยูเครน จึงไม่เกิดความเสียหายต่อยูเครนมากในขณะนี้ แต่ในระยะยาวจะมีผลมากขึ้น