ธนาคารกลางสิงคโปร์มีแผนเริ่มจัดวางกฎระเบียบควบคุมสื่อกลางหรือคนกลางที่ดูแลเงินเสมือนจริง อย่างตลาดที่ซื้อขายบิตคอยน์และตู้ซื้อขายอัตโนมัติ
ธนาคารกลางสิงคโปร์กล่าวว่ามีแผนเริ่มจัดวางกฎระเบียบควบคุมสื่อกลางหรือคนกลางที่ดูแลเงินเสมือนจริง อย่างตลาดที่ซื้อขายบิตคอยน์และตู้ซื้อขายอัตโนมัติ เพื่อสยบความวิตกที่ว่าอาจมีการนำเงินเสมือนจริงเหล่านี้มาใช้ทำธุรกรรมอย่างผิดกฎหมาย
การเคลื่อนไหวนี้จะทำให้สิงคโปร์เป็นประเทศที่ 2 ในโลกรองจากสหรัฐ ที่จัดวางกฎระเบียบด้านนี้
ธนาคารกลางสิงคโปร์เสนอว่าผู้ทำหน้าที่คนกลางหรือสื่อกลาง จะต้องพิสูจน์ตัวตนของลูกค้าและรายงานต่อเจ้าหน้าที่ หากพบธุรกรรมต้องสงสัย
เงินเสมือนจริงเป็นสิ่งที่สร้างความวิตกแก่ผู้ดูแลกฎระเบียบ เพราะผู้คนสามารถทำธุรกรรมได้โดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตนหรือชื่อเสียงเรียงนาม นอกจากนั้นยังไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับการซื้อขายข้ามประเทศ อันก่อให้เกิดความวิตกว่าอาจใช้ตลาดซื้อขายเงินเสมือนจริงเป็นแหล่งฟอกเงินหรือเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับก่อการร้าย
เมื่อปีที่แล้ว เจ้าหน้าที่อาญาของสหรัฐตั้งข้อหาผู้ดูแลตลาดเงินดิจิทัล ที่ชื่อ ลิเบอร์ตี รีเสิร์ฟ พร้อมกล่าวหาว่าบริษัทช่วยเหลืออาชญากรรมฟอกเงินกว่า 6,000 ล้านดอลลาร์ โดยเงินที่นำไปฟอกนั้นเชื่อมโยงกับกิจกรรมผิดกฎหมายอย่างการเผยแพร่ภาพโป๊เปลือยเด็ก ไปจนถึงการขายซอฟต์แวร์สำหรับแฮคหรือล้วงข้อมูลธนาคาร
นอกจากนั้น เมื่อเดือนต.ค. เจ้าหน้าที่ยังปิดตลาดออนไลน์ที่ชื่อว่า ซิลก์โรด และถูกใช้เป็นแหล่งซื้อยาเสพติด รวมถึงจ้างมือปืน
ตลาดเงินเสมือนจริงได้รับผลกระทบครั้งใหญ่เดือนที่แล้วในญี่ปุ่น เมื่อเมาท์กอกซ์ ซึ่งเคยเป็นตลาดแลกเปลี่ยนบิตคอยน์รายใหญ่ที่สุดในโลก ยุติการดำเนินงาน และยื่นล้มละลายไม่นานหลังจากนั้น
กระนั้น ธนาคารกลางสิงคโปร์ไม่มีเจตนาที่จะจัดวางกฎระเบียบเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือกลไกการทำงานที่เหมาะสมสำหรับเงินเสมือนจริง
นายอ่อง จง ที รองผู้อำนวยการธนาคารกลาง กล่าวว่าผู้บริโภคและภาคธุรกิจควรตระหนักถึงความเสี่ยงที่มากับเงินเสมือนจริง และควรระมัดระวัง
ปัจจุบัน สิงคโปร์ตลาดแลกเปลี่ยนบิตคอยน์อย่างน้อย 2 แห่งและเอทีเอ็มบิตคอยน์อีกจำนวนหนึ่ง แต่การใช้เงินเสมือนจริงมีน้อยมาก





