ผู้เชี่ยวชาญจากสหประชาชาติ ระบุ การเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยของพม่า ยังคงเปราะบาง หลังชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อยยังคงถูกละเมิดอย่างมาก
ผู้เสนอรายงานพิเศษเรื่องสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในพม่าของยูเอ็น "นายโทมัส โอเจีย ควินทานา" แถลงถึงสถานการณ์สามปี หลังพม่าปฏิรูปการเมือง วานนี้ (12 มี.ค.) ว่า ยังไม่สามารถกล่าวได้ว่าพม่ามีหลักนิติธรรม เพราะปัจจุบัน ทหารยังคงมีบทบาทอย่างมากในชีวิตประชาชน และสถาบันต่าง ๆ ซึ่งโดยทั่วไปไม่สามารถตรวจสอบได้
นายควินทานา เตือนว่า หากทางการพม่า ไม่จัดการกับการเลือกปฏิบัติอย่างเป็นระบบแล้วไม่ต้องถูกลงโทษในรัฐยะไข่ จะเป็นอันตรายต่อกระบวนการปฏิรูปทั้งหมด
รายงานของนายควินทานา ซึ่งสรุปผลการจับตาพม่านานหกปี ท่ามกลางการปฏิรูปการเมืองอย่างกว้างขวาง ระบุว่า การละเมิดสิทธิของชาวโรฮิงยาในวงกว้างนั้น อาจเป็นองค์ประกอบของอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
ชาวโรฮิงยา 800,000 คนของพม่า ซึ่งเป็นผู้ไร้รัฐ และถูกยูเอ็นพิจารณาว่า เป็นชนกลุ่มน้อยที่ถูกรังแกมากที่สุดกลุ่มหนึ่งของโลก ต้องเผชิญกับข้อจำกัด จนไม่สามารถเดินทาง ทำงาน เข้าถึงบริการสาธารณสุขและการศึกษา หรือแม้แต่การสมรสได้
นายควินทานา กล่าวด้วยว่า ทางการพม่า จำเป็นต้องทำงานกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของยูเอ็น เพื่อดำเนินการสอบสวนที่น่าเชื่อถือต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านดูชียาร์ทาน เมื่อเดือนมกราคม รวมทั้งข้อกล่าวหาเรื่องการสังหารโหดทั้งเด็ก ผู้หญิง ผู้ชาย การล่วงละเมิดทางเพศผู้หญิง ปล้นสะดมภ์ และเผาทำลายทรัพย์สิน





