วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กล่องดำ' หัวใจไขปมเที่ยวบินปริศนา

"ปกติสายการบินพาณิชย์มีกล่องดำ2กล่อง ซึ่งจริงๆเป็นกล่องสีส้มสด กล่องหนึ่งบันทึกบทสนทนาห้องนักบิน อีกกล่องหนึ่งบันทึกข้อมูลทางเทคนิคมากมาย"

การค้นหาเครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์สเที่ยวบินที่เอ็มเอช 370 ก่อให้เกิดการถกเถียงอีกครั้งเกี่ยวกับ "กล่องดำ" ที่บันทึกข้อมูลการบิน ว่าถึงเวลาหรือยังที่เครื่องบินจะเริ่มส่งข้อมูลจากเครื่องแบบสดๆ

แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมการบินพาณิชย์เห็นพ้องว่าเทคโนโลยีด้านนี้มีอยู่ อันจะเปิดทางให้สายการบินต่างๆ ส่งข้อมูลสำคัญๆ ทางเทคนิคผ่านดาวเทียมได้ทันที แทนที่การรวบรวมข้อมูลในเครื่อง

อย่างไรก็ตาม คำถามอีกข้อหนึ่งคือบรรดาสายการบินต้องการควักกระเป๋าในเรื่องนี้หรือไม่ รวมถึงประเด็นที่ว่าการหันไปใช้ทางเลือกอื่นนั้น คุ้มกับค่าใช้จ่ายหรือไม่ จากปัจจุบันที่บรรดาสายการบินพยายามตรึงต้นทุนให้อยู่ในระดับต่ำท่ามกลางสภาพการแข่งขันทางธุรกิจที่ดุเดือด

ปกติสายการบินพาณิชย์มีกล่องดำ 2 กล่อง ซึ่งจริงๆ เป็นกล่องสีส้มสด โดยกล่องหนึ่งบันทึกบทสนทนาในห้องนักบิน อีกกล่องหนึ่งบันทึกข้อมูลทางเทคนิคมากมายตั้งแต่ความเร็วของเครื่องไปจนถึงสมรรถนะของเครื่องยนต์

ทุกครั้งที่เกิดเหตุอุบัติเหตุเครื่องบินตก เจ้าหน้าที่พากันเร่งค้นหากล่องดำ ซึ่งหากเป็นโศกนาฏกรรมบนบก ก็มักเจอกล่องดำในเวลาไม่นานนัก แต่หากเป็นในทะเลก็ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ก่อนเจอกล่องดำ เจ้าหน้าที่มักพอได้เบาะแสมาบ้างแล้วว่าอาจเกิดอะไรขึ้น จากระบบสื่อสารของเครื่องบิน (เอคาร์ส) อันเป็นระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางดิจิทัลสำหรับการส่งข้อความแบบสั้นๆ

ระบบดังกล่าวให้ข้อมูลได้อย่างจำกัดเกี่ยวกับสถานที่และความเร็ว แต่ไม่สามารถเทียบได้กับข้อมูลมากมายที่กล่องดำสามารถบันทึกได้ระหว่างการบิน

สายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์สระบุว่าเครื่องบินทั้งหมดของบริษัท ติดตั้งระบบเอคาร์ส แต่ทางสายการบินไม่ยอมเปิดเผยว่าได้ข้อมูลใดบ้างจากเที่ยวบินเอ็มเอช 370

ย้อนหลังไปเมื่อ 12 ปีที่แล้ว บริษัทแอล-3 ผู้ผลิตอุปกรณ์การบินของสหรัฐ ประเมินว่าอาจต้องใช้เงินปีละ 300 ล้านดอลลาร์สำหรับสายการบินทั่วโลกในการส่งข้อมูลเกี่ยวกับเที่ยวบินแบบสดๆ แต่นายปีเตอร์ โกเลซ อดีตผู้อำนวยการคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการเดินทางของสหรัฐ กล่าวว่าไม่มีเหตุผลที่จะต้องมีการส่งข้อมูลทั้งหมดตลอดเวลา

มีการยกตัวอย่างว่าอาจมีการตั้งโปรแกรมให้แก่ระบบ เพื่อให้ส่งข้อมูลเพียงจำกัดในช่วงเวลาปกติ และตั้งโปรแกรมให้ส่งข้อมูลออกมามากๆ เมื่อมีการตรวจสอบพบความผิดปกติภายในเที่ยวบิน

นายโกเลซกล่าวว่า อุปสรรคสำคัญคือการโน้มน้าวให้บรรดาสายการบินลงทุนในระบบแบบนี้ และรัฐบาลก็ควรกำหนดลงไปเลยว่าต้องมีระบบดังกล่าว เหมือนการมีระบบหลีกเลี่ยงการชนกันกลางอากาศและการมีเครื่องตรวจจับควันในบริเวณที่เก็บสินค้าหรือสัมภาระ

"เทคโนโลยีทำนองนี้มีอยู่ แต่คำถามคือทำไมเราต้องลงทุน" นายจอห์น คอกซ์ อดีตนักบิน ที่ปัจจุบันเป็นผู้บริหารบริษัทที่ปรึกษา เซฟตี โอเปอเรติง ซิสเตมส์ ระบุ พร้อมเสริมว่าในการปกป้องข้อมูลนั้น ไม่เพียงมีข้อมูลปริมาณมหาศาลที่ต้องจัดการ แต่ยังมีความเป็นไปได้ที่อาจมีการตีความข้อมูลผิด และนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด

"หากมองย้อนไปในประวัติศาสตร์ จะเห็นว่าเครื่องบินที่สูญหายไปแบบหาไม่เจอนั้น ไม่ได้มีจำนวนมากนัก และก็ไม่ได้เหมือนกับว่าเครื่องบินที่ประสบอุบัติเหตุนั้น ไม่ได้ใช้หรือมีเทคโนโลยีใดเลย"