ปริมาณหนี้ทั่วโลกพุ่งขึ้นกว่า40%เป็น100ล้านล้านดอลล์ นับตั้งแต่เกิดวิกฤติการเงินครั้งแรก ขณะที่รัฐบาลหลายประเทศต่างกู้เงินเพื่อกระตุ้นศก.
ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ หรือบีไอเอส ระบุในรายงานรายไตรมาสว่า ปริมาณหนี้ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 30 ล้านล้านดอลลาร์ จากเดิม 70 ล้านล้านดอลลาร์ ในช่วงระหว่างกลางปี 2550 ถึงกลางปี 2556 เทียบกับมูลค่าหุ้นที่ลดลง 3.86 ล้านล้านดอลลาร์ เหลือ 53.8 ล้านล้านดอลลาร์ หนี้ที่เพิ่มสูงขึ้นนี้ เกือบสองเท่าของขนาดเศรษฐกิจของสหรัฐ
ดัชนีตลาดโลกของแบงก์ออฟอเมริกา เมอร์ริล ลินช์ ระบุว่า การกู้ยืมเงินทั่วโลก เพิ่มขึ้นเนื่องจากธนาคารกลางในหลายประเทศคงอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อกระตุ้นการเติบโต หลังจากเกิดวิกฤติซับไพรม์ในสหรัฐ และการล่มสลายของบริษัทการเงิน "เลห์แมนน์ บราเธอร์ส" ส่งผลให้โลก เผชิญหน้าวิกฤติทางการเงินครั้งเลวร้ายที่สุด นับตั้งแต่ยุคภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ นอกจากนี้ ผลตอบแทนของพันธบัตรทุกชนิด ตั้งแต่พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ และการจำนอง ซึ่งปกติเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2% ร่วงลงจากกว่า 4.8% ในปี 2550





