ธนาคารกลางรัสเซียขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1.5% วานนี้ (3 มี.ค.) จาก 5.5% เป็น 7% หลังเงินรูเบิลดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
ธนาคารกลางรัสเซียขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1.5% วานนี้ (3 มี.ค.) จาก 5.5% เป็น 7% หลังเงินรูเบิลดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และมีความกังวลมากขึ้นถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจรัสเซีย จากการที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ประกาศเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าเขามีสิทธิบุกยูเครน
ธนาคารกลางรัสเซียกล่าวเป็นนัยว่า การขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีวัตถุประสงค์เพื่อจำกัดผลกระทบทางเศรษฐกิจของวิกฤตการณ์ในยูเครน โดยในแถลงการณ์ระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้เป็นไปเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อและเสถียรภาพทางการเงิน เกี่ยวข้องกับความผันผวนในตลาดเงินที่เพิ่มขึ้นล่าสุด แต่แถลงการณ์ไม่ได้กล่าวถึงยูเครนอย่างเจาะจง
ขณะที่ค่าเงินรูเบิลอ่อนค่าลง 2% เป็น 36.41 รูเบิลต่อหนึ่งดอลลาร์ และอ่อนค่าลง 1.2% เหลือ 50.10 รูเบิลต่อหนึ่งยูโร เมื่อเวลา 13.45 น. วานนี้ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนีไมเซกส์ของรัสเซียซึ่งใช้เงินรูเบิลเป็นสกุลหลักร่วงลง 9.1% ที่ 1,313.8 จุด ส่วนดัชนีอาร์ทีเอสที่ใช้เงินดอลลาร์เป็นสกุลหลักร่วงลง 10.3% ที่ 1,166.1 จุด
หุ้นบลูชิพบางตัวของรัสเซีย เช่น แก๊ซพรอมร่วงลงกว่า 10% หุ้นธนาคารของรัฐอย่างสเบอร์แบงก์และวีทีบีร่วงลงด้วยเช่นกัน
คำถามสำคัญสำหรับนักลงทุนคือจะมีประเทศใดเคลื่อนไหวเพื่อลงโทษรัสเซีย มากกว่าแค่ขู่และกำหนดมาตรการคว่ำบาตร
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (1 ก.พ.) นายปูตินร้องขอและได้รับการอนุมัติจากสภาให้ส่งทหารเข้าไปยังยูเครน เพื่อปกป้องชาวรัสเซียและกองเรือทะเลดำในคาบสมุทรไครเมียทางตอนใต้ หากสถานการณ์เลวร้ายลง โฆษกนายปูตินแถลงว่า เขายังไม่ตัดสินใจในเรื่องนี้
ด้านสหรัฐมีท่าทีตอบโต้รัสเซีย ขู่ว่าจะกำหนดมาตรการคว่ำบาตรรวมถึงตัดขาดการค้าและอายัดทรัพย์สิน และเจ็ดประเทศในกลุ่มอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก จี 8 หยุดเตรียมการประชุมสุดยอดผู้นำ ที่จะมีขึ้นในเมืองตากอากาศโซชิ แถบทะเลดำ ในเดือนมิถุนายน





