ดาวเทียมสำรวจสภาพอากาศที่เป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่นถูกปล่อยขึ้นสู่วงโคจรช่วยจัดทำแผนที่ปริมาณหิมะและฝนตกทั่วโลก
ดาวเทียมสำรวจสภาพอากาศที่เป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่นถูกปล่อยขึ้นสู่วงโคจรเช้ามืดวานนี้ (28 ก.พ.) ซึ่งจะช่วยจัดทำแผนที่ปริมาณหิมะและฝนตกทั่วโลกได้อย่างละเอียดมากขึ้น
สำนักงานสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ จาซ่า แถลงว่า จรวด เอช-2เอ ที่บรรทุกดาวเทียมถูกปล่อยขึ้นจากศูนย์อวกาศทาเนงะชิมะ ทางภาคใต้ของญี่ปุ่นเมื่อเวลา 01.37 น.ของวันศุกร์ตามเวลาไทย และดาวเทียมวัดปริมาณน้ำฝนทั่วโลก หรือ จีพีเอ็ม แยกตัวออกจากจรวดภายใน 16 นาทีได้สำเร็จ
ดาวเทียมที่มีความสูง 6.5 เมตร และหนัก 4 ตันถูกสร้างขึ้นโดยการพัฒนาร่วมกันระหว่างจาซ่าและองค์การบริหารการบินและอวกาศสหรัฐหรือนาซ่า โดยมันจะทำหน้าที่สำรวจและวัดปริมาณฝนและหิมะทุก 3 ชั่วโมงและทำเป็นแผนที่แสดงปริมาณฝนและหิมะในจุดต่าง ๆ ทั่วโลก โดยมันจะอาศัยการรวบรวมข้อมูลจากดาวเทียมดวงอื่นที่อยู่ในวงโคจรร่วมกับข้อมูลที่มันวัดได้เพื่อการประมวลผลได้ละเอียดขึ้น ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ที่จะทำให้สามารถรับทราบถึงปริมาณฝนและหิมะทั่วโลกได้อย่างละเอียดและสมบูรณ์กว่าที่ผ่านมา และจะทำให้มีโอกาสมากขึ้นที่จะสามารถคาดการณ์พายุไต้ฝุ่นและน้ำท่วมได้ รวมทั้งทำให้ประเทศต่าง ๆ สามารถบริหารจัดการทรัพยากรน้ำได้ดีขึ้น
โครงการนี้เป็นการร่วมทุนโดยสหรัฐ 933 ล้านดอลลาร์และญี่ปุ่นอีก 226 ล้านดอลลาร์ ต่อจากนี้นักวิศวกรจะตรวจเช็คสภาพอุปกรณ์ทั้งหมดของดาวเทียมว่าทำงานได้สมบูรณ์หรือไม่ภายใน 60 วัน และคาดว่า ดาวเทียมจะสามารถเริ่มส่งข้อมูลสภาพอากาศให้กับสถานีตรวจวัดอากาศและหน่วยงานฉุกเฉินทั่วโลกได้ภายใน 6 เดือน





