"ออกซ์แฟม"ชี้บริษัทอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำหลายแห่ง จริงจังในการลดผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่มีต่อชาติยากจน
องค์กรด้านการพัฒนาระดับโลก "ออกซ์แฟม" ระบุว่า บริษัทอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำของโลกหลายแห่ง กำลังดำเนินมาตรการเพื่อปรับปรุงผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่มีต่อประเทศยากจน แม้ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องลงมือทำ
เมื่อปีที่แล้ว ออกซ์แฟมเริ่มการรณรงค์ "เบื้องหลังแบรนด์" เพื่อประเมินผลกระทบที่แท้จริงของบริษัทอาหารและเครื่องดื่มต่อบริษัทที่เป็นแหล่งวัตถุดิบ โดยเฉพาะประเด็นของความยั่งยืน
ออกซ์แฟมรายงานว่า บริษัทที่ได้รับการจัดอันดับว่ามีความรับผิดชอบมากที่สุด คือ เนสท์เล่ ยูนิลีเวอร์ และโคคา-โคล่านั้น มีการเคลื่อนไหวนำหน้าบริษัทอื่น
ในระยะหลัง บริษัทอาหารและเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ตกเป็นเป้าหมายของการจับตามากขึ้นว่าจัดหาวัตถุดิบมาจากที่ใด ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ในประเด็นต่าง ๆ ตั้งแต่การใช้แรงงานเด็กในฟาร์มโกโก้ ไปจนถึงผลกระทบของการปลูกปาล์มน้ำมันที่มีต่อป่าฝน
ออกซ์แฟม อธิบายว่า การรณรงค์ได้แรงหนุนจากผู้บริโภคหลายพันคน ที่กระหน่ำส่งข้อความเรียกร้องให้มีการดำเนินมาตรการ รวมถึงการออกแถลงการณ์ร่วมจากกองทุนเพื่อการลงทุน 31 แห่ง ที่มีสินทรัพย์รวมกันเกือบ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อตอกย้ำเสียงเรียกร้องของออกซ์แฟม
ผู้อำนวยการฝ่ายงานเอกชนของออกซ์แฟม "นายคริส จอชนิก" กล่าวว่า บริษัทที่เคลื่อนไหวไม่รวดเร็วพอ จะได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชน นักลงทุน และชุมชน ส่วนบริษัทที่เคลื่อนไหวก่อน ก็น่าจะได้เห็นผลประโยชน์ระยะยาวในการเข้าถึงเครือข่ายการจัดหาอย่างยั่งยืน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสะท้อนออกมาให้เห็นในแง่ของราคาหุ้น
ออกซ์แฟม ระบุว่า บริษัทอาหารและเครื่องดื่มรายใหญ่ที่สุด 10 แห่ง ที่องค์กรทำการศึกษา มีผลกระทบในวงกว้างมาก โดยพิจารณาจากรายได้ต่อปีมากกว่า 450,000 ล้านดอลลาร์ หรือเท่ากับรายได้ของประเทศที่มีรายได้ต่ำทั้งหมดในโลกรวมกัน
ออกซ์แฟมพิจารณาบริษัทต่าง ๆ ตามนโยบายในด้านต่าง ๆ ที่เห็นว่าสำคัญต่อการทำเกษตรอย่างยั่งยืน อันได้แก่ นโยบายด้านสตรี เกษตรกรรายย่อย คนงานภายในฟาร์ม น้ำ ที่ดิน ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง และความโปร่งใส ปรากฎว่า เนสท์เล่มาเป็นอันดับ 1 ตามด้วยยูนิลีเวอร์ที่อยู่อันดับ 2 โคคา-โคล่าอยู่อันดับ 3 สำหรับอันดับ 4 เป็นของมอนเดเลซอินเตอร์เนชันแนลกับเป๊ปซี่โค ส่วนมาร์สกับดานอนครองอันดับ 6 ร่วมกัน





