ความพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของรัฐบาลญี่ปุ่นแสดงให้เห็นถึงสัญญาณบวกของการบริโภคและการส่งออกเพียงเล็กน้อย
เศรษฐกิจของญี่ปุ่นโตในระดับต่ำกว่าคาดการณ์เมื่อสิ้นปีก่อน นับเป็นความท้าทายสำหรับบรรดาผู้กำหนดนโยบาย เนื่องจากความพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของรัฐบาลญี่ปุ่นแสดงให้เห็นถึงสัญญาณบวกของการบริโภคและการส่งออกเพียงเล็กน้อย
ข้อมูลล่าสุดซึ่งบ่งชี้ถึงตัวเลขที่น่าผิดหวังของทั้งการบริโภคในภาคเอกชน การลงทุนทางธุรกิจ และการส่งออก มีขึ้นในช่วงที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นหรือบีโอเจ ประชุมเพื่อทบทวนนโยบายผ่อนคลายทางการเงินเชิงรุกของตน ขณะที่ตลาดต่างคาดการณ์ว่าบีโอเจจะคงมาตรการกระตุ้นในรูปของการเข้าซื้อพันธบัตรที่ใช้อยู่ในปัจจุบันต่อไป
อย่างไรก็ตาม อาจมีแรงกดดันถาโถมบีโอเจและรัฐบาลให้ดำเนินการมากขึ้นในช่วงเดือนข้างหน้า โดยเฉพาะหากการขึ้นภาษีในเดือนเมษายนนี้สร้างความเสียหายต่อการเติบโตมากกว่าที่คาดไว้
เมื่อวานนี้ สำนักคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นรายงานว่า เศรษฐกิจของประเทศโตขึ้น 0.3% เป็น 1% ในไตรมาสสี่ของปี 2556 ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์เฉลี่ยว่าน่าจะโตขึ้น 0.7% และเกิดขึ้นหลังจากไตรมาส 3 ตัวเลขการเติบโตอยู่ที่ 0.3%
ตัวเลขเะหล่านี้ยังเป็นการเติบโต 4 ไตรมาสติดต่อกันซึ่ งถือเป็นตัวเลขการเติบโตที่ดีที่สุดสำหรับประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 3 ของโลกในรอบ 3 ปี
ด้านบรรดานักเศรษฐศาสตร์ยังคงคาดว่า การเติบโตของญี่ปุ่นจะดีขึ้นอีกในไตรมาสปัจจุบัน เนื่องจากกลุ่มผู้บริโภคจะแห่ซื้อสินค้าเพิ่มก่อนที่จะมีการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่หากมีข้อมูลที่น่าผิดหวังอีก อาจทำให้มีความจำเป็นมากขึ้นในการเพิ่มมาตรการกระตุ้นทางการคลังและการเงิน
นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของสถาบันวิจัยเอ็นแอลไอของญี่ปุ่น "นายทาโร ไซโตะ" กล่าวว่า เขาไม่รู้สึกกังวลเรื่องความต้องการภายในประเทศ เนื่องจากการแห่กักตุนสินค้าก่อนที่รัฐจะขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนเมษายนนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญอย่างมากในไตรมาสปัจจุบัน แต่สิ่่งที่น่ากังวลมากกว่าคือการส่งออกที่ซบเซาของประเทศ ทั้งที่ก่อนหน้านี้คาดหมายกันมานานว่าเงินเยนอ่อนค่าจะช่วยทำให้ส่งออกได้มากขึ้น
แต่การเติบโตของภาคการส่งออกยังคงซบเซาในช่วงหลายไตรมาสหลังสุด ส่วนหนึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่เบาบางลงในตลาดเอเชียหลายแห่ง ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาบริษัทญี่ปุ่นย้ายโรงงานผลิตไปต่างประเทศด้วย
ภาคการส่งออกที่อ่อนแอเป็นสิ่งที่น่าวิตกสำหรับญี่ปุ่น โดยเฉพาะในยามที่ผลกระทบจากนโยบายกระตุ้นทางการเงินและการคลังเริ่มจางลง
กระนั้น รัฐมนตรีเศรษฐกิจ "นายอากิระ อามาริ" คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง เพราะความต้องการในประเทศที่ยังแข็งแกร่งอยู่
ทั้งนี้ ตัวเลขการขยายตัวของญี่ปุ่นในไตรมาสที่แล้ว ต่ำกว่าการขยายตัวของกลุ่มประเทศยูโรที่ 1.1% และสหรัฐที่เพิ่มขึ้นถึง 3.2% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า เศรษฐกิจกำลังชะลอตัวลงมากขึ้น หลังจากที่ร่วงลงไปอย่างหนักในไตรมาสสามที่ขยายตัว 1.1%
ตัวเลขที่ออกมา มีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดข้อกังขาว่า นโยบายของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ที่จะผลักดันให้ญี่ปุ่นหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืดที่ดำเนินมานานร่วม 2 ทศวรรษ จะสามารถกอบกู้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ได้มากพอที่จะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างมีเสถียรภาพได้หรือไม่
นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดกระแสคาดการณ์มากขึ้นว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) อาจมีการออกนโยบายการเงินเพิ่มเติม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ





