ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลยูเครนยุติการยึดครองศาลากลางกรุงเคียฟที่ดำเนินมา 2 เดือน ตามข้อตกลงที่ทำไว้กับรัฐบาลเพื่อถอดชนวนวิกฤตการณ์
โดยทางการเสนอที่จะถอนข้อหาทางอาญาทั้งหมดต่อผู้ชุมนุมที่ถูกจับและได้รับการปล่อยตัวไปแล้ว หากผู้ชุมนุมส่วนที่เหลือยอมออกจากศาลากลางและเลิกตั้งเครื่องกีดขวางถนนสายสำคัญ
ผู้ชุมนุมและผู้ทำหน้าที่คุ้มครองผู้ชุมนุมซึ่งแต่งกายคล้ายลายพรางและใส่หน้ากาก ได้ออกจากศาลากลางกรุงเคียฟ แต่ขู่จะกลับมาอีกหากทางการไม่ยอมทำตามคำสัญญา พร้อมกันนี้ได้มีการลงนามข้อตกลงยุติการยึดครองสถานที่ราชการท่ามกลางสักขีพยานที่เป็นผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศ ได้แก่เอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำยูเครน ซึ่งทำหน้าที่คนกลาง
แกนนำกลุ่มที่เจ้ายึดครองศาลากลางกล่าวว่าผู้ชุมนุมต้องการการปฏิวัติอย่างสันติ ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง
นอกจากนั้น ผู้ชุมนุมยังถอนตัวออกจากสถานที่ราชการอีกหลายแห่งทางตะวันตกของยูเครน อันเป็นศูนย์กลางการประท้วง และบางพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นฐานเสียงของนายยานูโควิช พร้อมกับยังยอมรื้อเครื่องกีดขวางบางส่วนบนถนนที่มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาลและสภา ซึ่งเป็นจุดที่เคยเกิดการปะทะกันเมื่อเดือนม.ค.ระหว่างตำรวจปราบจลาจลกับผู้ชุมนุม
ทั้งนี้ หลังจากการชุมนุมบานปลายกลายเป็นการปะทะกันอย่างรุนแรงเมื่อเดือนที่แล้ว รัฐบาลรวมถึงนายกรัฐมนตรีได้ลาออก และมีการออกกฎหมายต่อต้านการชุมนุม แต่ในเวลาต่อมาสภาได้ผ่านกฎหมายอภัยโทษแก่ผู้ชุมนุมซึ่งมีการพ่วงเงื่อนไขมาด้วย
เมื่อวันศุกร์ เจ้าหน้าที่ได้ปล่อยตัวผู้ประท้วงกลุ่มสุดท้ายที่ถูกจับไป จำนวน 234 คน อันเป็นการอภัยโทษให้ภายใต้เป้าหมายของการปลดชนวนความวุ่นวายอันยืดเยื้อ แต่ผู้ชุมนุมกดดันให้รัฐบาลยอมอ่อนข้อให้มากกว่านี้
ขณะที่นายยานูโควิชต้องการให้สถานการณ์บรรเทาความตึงเครียดลง ก่อนเขาเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งอาจเป็นในสัปดาห์หน้า แต่ผู้ชุมนุมยังไม่ไว้ใจข้อเสนอจากรัฐบาล และไม่มีทีท่าว่าจะเลิกชุมนุม แม้กล่าวว่าอาจเปิดทางให้รถราสามารถวิ่งผ่านถนนสายสำคัญที่มุ่งสู่ทำเนียบรัฐบาล





