อังกฤษกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม หลังเผชิญฝนตกหนักในช่วงฤดูหนาวมากที่สุดในรอบ 250 ปี
คลื่นลมแรงซัดกระหน่ำกำแพงกั้นน้ำทะเลในเมืองดอร์เซ็ตของอังกฤษจนพังถล่ม ทำให้ทางรถไฟเลียบชายฝั่งได้รับความเสียหาย และทางการคาดว่าต้องใช้เวลาซ่อมแซม อย่างน้อย 6 สัปดาห์จึงจะใช้การได้ตามปกติ ขณะเดียวกันรัฐบาลระดมกำลังทหาร ไปช่วยเสริมคันกั้นนำเพื่อป้องกันน้ำท่วมในเมืองซอมเมอร์เซ็ตให้แข็งแรง โดยจะใช้กระสอบทรายเกือบ 1,000 ถุงตั้งเรียงเป็นแถวยาว 1-2 กม. ริมฝั่งแม่น้ำโทนที่เอ่อล้นหลังมีฝนตกหนัก
รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน กำลังถูกวิจารณ์อย่างหนักในการบริหารจัดการบรรเทาภัยพิบัติ หลังจากบางพื้นที่จมอยู่ใต้กระแสน้ำมานานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว ในขณะที่คาดว่าจะมีพายุฤดูหนาวระลอกใหม่อีกช่วงสุดสัปดาห์
สำนักงานอุตุนิยมวิทยา บอกว่า ฤดูหนาวครั้งนี้มีปริมาณฝนตกมากที่สุดในรอบ 248 ปีโดยปริมาณฝนที่วัดได้ช่วง 12 ธ.ค.-31 ม.ค.มากเท่ากับปริมาณฝนที่วัดได้ใน 5 เดือน
ส่วนบางประเทศในยุโรปยังคงเผชิญพายุหิมะพัดปกคลุมทำให้มีหิมะตกหนัก เช่นในออสเตรีย ต้องส่งทหารไปช่วยชาวบ้านเก็บกวาดหิมะจากหลังคาบ้านเรือน โดยเจ้าของบ้านรายหนึ่ง บอกว่า หลังคาบ้านของเขาสร้างให้รองรับน้ำหนักหิมะได้ 500 กิโลกรัมต่อตารางเมตร แต่ตอนนี้มีหิมะปกคลุมเกือบ 400 กิโลกรัมต่อตารางเมตรแล้ว
นอกจากนี้ ในสโลเวเนีย ประชาชนกว่า 120,000 ครอบครัวยังคงไม่มีไฟฟ้าใช้ และหิมะเริ่มละลายทำให้หมู่บ้านหลายหลังถูกน้ำท่วม แต่มีรายงานพยากรณ์อากาศว่าจะมีหิมะและฝนตกอีกช่วงสุดสัปดาห์ นอกจากนี้ออสเตรเลีย เยอรมนี และสาธารณรัฐเช็คต้องส่งเครื่องปั่นไฟฉุกเฉินเข้าไปแจกจ่ายในพื้นที่ประสบภัยพายุหิมะที่ทำให้ไฟดับเป็นบริเวณกว้าง





