โรงงานอุตสาหกรรมในยูโรโซนมีสถานภาพแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่กลางปี 2554 หลังมีคำสั่งซื้อใหม่ท่วมท้นในเดือนมกราคม
โรงงานอุตสาหกรรมในยูโรโซนมีสถานภาพแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่กลางปี 2554 หลังมีคำสั่งซื้อใหม่ท่วมท้นในเดือนมกราคม กระตุ้นให้โรงงานต้องว่าจ้างพนักงานใหม่เป็นครั้งแรกในรอบสองปี
ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนำโดยการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในเยอรมนี และสมาชิกรอบนอกของยูโรโซน แต่ในฝรั่งเศสที่เศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของกลุ่ม ยังมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ฉุดรั้งเศรษฐกิจในภูมิภาค
ดัชนีผู้จัดการจัดซื้อหรือพีเอ็มไอภาคอุตสาหกรรมยูโรโซนของบริษัทมาร์คิต ประจำเดือนมกราคม เพิ่มขึ้นเป็น 54.0 สูงกว่าระดับก่อนหน้านี้ไม่นานที่ 53.9 และสูงกว่าในเดือนธันวาคมที่ระดับ 52.7 อยู่มาก
ส่วนดัชนีย่อยเพื่อวัดผลผลิตซึ่งนับรวมในพีเอ็มไอ เพิ่มขึ้นเป็น 56.7 จาก 54.9 ในเดือนธันวาคม ถือเป็นตัวชี้นำที่ดีว่าเศรษฐกิจจะเติบโต เป็นไปตามการประเมินล่าสุด และถือเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนเมษายน 2554
หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์บริษัทมาร์คิต "นายคริส วิลเลียมสัน" กล่าวว่า การฟื้นตัวของภาคการผลิตยูโรโซนได้แรงหนุนเพิ่มเติมอย่างมากในเดือนมกราคม ด้วยพีเอ็มไอล่าสุดจากเยอรมนี ฝรั่งเศส และทั้งภูมิภาคโดยรวมสูงกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้
พีเอ็มไอของเยอรมนีพุ่งถึงระดับสูงสุดในรอบ 32 เดือน ขณะที่ฝรั่งเศสสูงสุดในรอบ 23 เดือน แต่ยังคงต่ำกว่าระดับ 50 ที่มีหมายความว่า กิจการการผลิตขยายตัว
ทั้งนี้ คำสั่งซื้อใหม่ๆ ทั่วยูโรโซนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดในรอบเกือบสามปี โรงงานต่าง ๆ เพิ่มจำนวนคนงานเพื่อตอบสนองความต้องการ ดัชนีการจ้างงานซึ่งเป็นดัชนีย่อยของพีเอ็มไอเพิ่มขึ้นจาก 49.9 เป็น 51.0 สูงกว่าระดับ 50.7 ที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้า และสูงกว่าระดับ 50 เป็นครั้งแรกในรอบสองปี
ตัวเลขเหล่านี้ถือเป็นข้อมูลแง่บวกสำหรับธนาคารกลางยุโรป หลังจากตัวเลขทางการเมื่อวันศุกร์ (31 ม.ค.) ระบุว่า การว่างงานทั่วยูโรโซนเดือนธันวาคม อยู่ในระดับเกือบสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 12% เป็นเดือนที่สามติดกัน
อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตยังไม่สามารถขึ้นราคาได้เร็วในเดือนมกราคมเท่าที่เคยทำในเดือนธันวาคม ซึ่งอาจหนุนให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดภาวะเงินฝืดในยูโรโซน หลังเงินเฟ้อเดือนมกราคมลดลงอย่างไม่คาดคิด





