ผลสำรวจของบริษัทไพรซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์สระบุผู้นำภาคธุรกิจมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นต่อเศรษฐกิจโลก
ผลสำรวจล่าสุดของบริษัทไพรซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ชี้ว่า บรรดาผู้นำภาคธุรกิจมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นต่อเศรษฐกิจโลก แม้ว่าจะมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตของบริษัท
ผลสำรวจดังกล่าวซึ่งเปิดเผยก่อนถึงการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรัม ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า 44% ของซีอีโอ 1,344 คนที่ตอบผลสำรวจ คาดการณ์ว่าในปี 2557 เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัว ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 18% ในปีที่แล้ว ขณะที่ซีอีโอเพียง 7% เชื่อว่าเศรษฐกิจอาจถดถอยปีนี้ ตัวเลขดังกล่าวลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 28% เมื่อปีก่อน
เมื่อดูรายภูมิภาค บรรดาซีอีโอในยุโรปตะวันตกมีความเชื่อมั่นมากที่สุด โดยครึ่งหนึ่งมองข้ามปัญหาวิกฤติหนี้สาธารณะและคาดว่าเศรษฐกิจจะมีแนวโน้มดีขึ้น ขณะที่ซีอีโอในตะวันออกกลาง 49% และในเอเชีย 45% ก็คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะเติบโตในปีนี้
อย่างไรก็ตาม บรรดาซีอีโอในยุโรปตะวันออกกลับมีความเชื่อมั่นน้อยที่สุด โดยมีเพียง 25% ที่เชื่อว่าเศรษฐกิจมีสัญญาณบวก
เมื่อดูรายอุตสาหกรรม ซีอีโอในธุรกิจท่องเที่ยวมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโลกมากที่สุด ตามมาด้วยภาคธนาคาร และค้าปลีก ขณะที่ซีอีโอในธุรกิจผลิตโลหะซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากความต้องการที่ซบเซามาหลายปี มีความเชื่อมั่นน้อยที่สุดต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในปีนี้
ขณะที่ความกังวลสำคัญในผลสำรวจดังกล่าวคือความวิตกต่อการคุมเข้มกฎเกณฑ์เกี่ยวกับธุรกิจ รวมถึงความไร้ศักยภาพของรัฐบาลต่างๆ ในการลดการขาดดุลและปริมาณหนี้
สำหรับมุมมองต่อธุรกิจของตัวเองนั้น บรรดาซีอีโอมั่นใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับแนวโน้มของปีนี้ โดย 39% ระบุว่ามั่นใจมากว่ายอดขายจะดีขึ้นในปีนี้ เทียบกับปีที่แล้วที่ตัวเลขอยู่ที่ 36% แต่ต่ำกว่าระดับที่ 50% ของเมื่อปี 2550 และ 2551 ซึ่งผลสำรวจนี้สะท้อนว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจยังเปราะบางและไม่แน่นอน
ทั้งนี้ หลังจากวิกฤติการเงินโลกผ่านมา 5 ปี ภัยคุกคามกำไนในภาคธุรกิจกำลังลดน้อยลง ทำให้บรรดาผู้บริหารมองภาพรวมแนวโน้มว่าสดใสขึ้นทั้งในสหรัฐและยุโรป แม้ปัจจัยเสี่ยงสำหรับอนาคตยังมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการชะลอตัวของตลาดเกิดใหม่ หรือความไม่แน่นอนกรณีที่ธนาคารกลางสหรัฐลดการเข้าซื้อพันธบัตร และความวิตกเกี่ยวกับกฎระเบียบที่มากขึ้น
นายเดนนิส แนลลี ประธานพีดับบลิวซี อินเตอร์เนชันแนล ชี้ว่าแม้ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโลกมีมากขึ้น แต่ยังมีการท้าทายด้านอื่น ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนทางเศรษฐกิจ ความวิตกเกี่ยวกับกฎระเบียบ และการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี โดยความวิตกเกี่ยวกับการวางกฎระเบียบมากเกินไป กลายเป็นหัวข้อหลัก เพราะมีการบังคับใช้กฎระเบียบต่างๆ มากขึ้น ทำให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้นตามมาและฝ่ายบริหารต้องเจียดเวลามาดูแลเรื่องนี้
ขณะที่ในมุมมองของภาคธุรกิจนั้น ความอ่อนแอของตลาดเกิดใหม่และความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นตามมาทำให้ยากแก่กำหนดกลยุทธ์ ถือเป็นประเด็นที่มีการพูดถึงมากที่สุดในหมู่บริษัทข้ามชาติ สภาพการณ์ดังกล่าวทำให้ซีอีโอจำนวนหนึ่งกลับไปหาตลาดพัฒนาแล้ว โดยสหรัฐ เยอรมนี และอังกฤษ ถือเป็นตลาดที่มีอนาคตดีกว่าตลาดอินเดียและบราซิล





