วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอ็นพีแอลเวียดนามลดเหลือ 3.79%

ธนาคารกลางเวียดนามระบุสิ้นปี 2556 หนี้เสียในระบบธนาคารที่มีปัญหาของประเทศ คิดเป็น 3.79% ของหนี้โดยรวม

ธนาคารกลางเวียดนามรายงานว่า เมื่อสิ้นปี 2556 หนี้เสียในระบบธนาคารที่มีปัญหาของประเทศ คิดเป็น 3.79% ของหนี้โดยรวม ลดลงจากสัดส่วนหนี้เสียในปี 2555 กว่าครึ่ง

ประธานบริษัทจัดการสินทรัพย์เวียดนาม หรือวีเอเอ็มซี "นายเล ดุ๊ก โท" กล่าววานนี้ว่า ตั้งแต่ธนาคารกลางเวียดนามหรือเอสบีวี ก่อตั้งวีเอเอ็มซี ในเดือนกรกฎาคม 2556 เพื่อช่วยเหลือธนาคารที่มีหนี้ท่วม วีเอเอ็มซีซื้อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลมาแล้ว 40 ล้านล้านด่อง

ทั้งนี้ เวียดนามเป็นประเทศที่มีสัดส่วนเอ็นพีแอลสูงที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย ซึ่งบั่นทอนเศรษฐกิจ และทำให้ต้องควบคุมสินเชื่อ ทั้งที่สินเชื่อเป็นสิ่งจำเป็นในการกระตุ้นการใช้จ่ายของผุ้บริโภคและทำให้ธุรกิจต่างๆ มีสภาพคล่อง

ปีที่แล้วเศรษฐกิจเวียดนามขยายตัว 5.42% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 5.25% ในปี 2555 ซึ่งต่ำสุดในรอบ 13 ปี ปัญหาเอ็นพีแอลซึ่งประเมินว่าน่าจะอยู่ที่เลขสองหลัก ถูกระบุว่าเป็นตัวฉุดรั้งการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจเวียดนามมาหลายปี

เดือนพฤศจิกายน 2556 ผู้ว่าการเอสบีวี "นายเหงียน วัน ดินห์" แถลงต่อสภาว่า ปัญหาหนี้เสียจะได้รับการแก้ไขภายในสิ้นปี 2557 อย่างไรก็ตาม บรรดานักเศรษฐศาสตร์อิสระสงสัยมานานแล้วว่า ธนาคารกลางและรัฐบาลประเมินเอ็นพีแอลต่ำกว่าความเป็นจริง

ส่วนนักลงทุนยินดีกับมาตรการเชิงบวกของวีเอเอ็มซี แต่นักวิจารณ์กล่าวว่า เวียดนามมีเงินทุนไม่เพียงพอที่จะจัดการกับปัญหาหนี้เสีย และยังไม่ชัดเจนว่าวีเอเอ็มซีทำอะไรไปแล้วบ้างกับเอ็นพีแอลที่ซื้อมา

สื่อเวียดนามรายงานว่า ปี 2557 วีเอเอ็มซีวางแผนซื้อเอ็นพีแอลมูลค่า 70-100 ล้านล้านด่อง และเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 2 ล้านล้านด่อง จาก 5 แสนล้านด่อง