วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักลงทุนขอวีซ่าเข้าสหรัฐพุ่งสุดปี 56

สหรัฐเผยมีผู้ยื่นขอวีซ่า"อีบี-5" ตามโครงการของรัฐบาลสหรัฐที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติอาศัยในสหรัฐกรณีลงทุนในธุรกิจที่มีการจ้างงาน

ทางการสหรัฐเผยว่า ในปี 2556 มีผู้ยื่นขอวีซ่า "อีบี-5" ตามโครงการของรัฐบาลสหรัฐที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติอาศัยในสหรัฐกรณีลงทุนในธุรกิจที่มีการจ้างงาน สูงสุดเป็นประวัติการณ์

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและพลเรือนสหรัฐ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ซึ่งดูแลโครงการวีซ่าอีบี-5 รายงานว่า ปีที่แล้ว มีนักลงทุนต่างชาติยื่นขอวีซ่าภายใต้โครงการดังกล่าว 6,434 คน เพิ่มขึ้นจาก 6,040 คนในปี 2555

หากนับถึงสิ้นปีงบประมาณรัฐบาลกลางเมื่อวันที่ 30 กันยายน สำนักงานดังกล่าวได้อนุมัติวีซ่าอีบี-5 ให้ 3,696 คน ไม่อนุมัติ 942 คน นักลงทุนที่ผ่านการอนุมัติจะได้รับวีซ่าชั่วคราวสำหรับตนเองและครอบครัว ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นการอยู่อาศัยถาวรหรือกรีนการ์ดได้ หากการลงทุนนั้นสามารถจ้างงานได้อย่างน้อย 10 ตำแหน่งภายในสองปี

วีซ่าอีบี-5 ซึ่งออกให้กับการลงทุนขั้นต่ำ 500,000 ดอลลาร์ ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา เป็นรูปแบบดั้งเดิมของการให้เงินสนับสนุนโครงการธุรกิจตั้งแต่แฟรนไชส์โรงแรม คอนโดมิเนียม คาสิโน ไปจนถึงกังหันลม และโยเกิร์ตแช่แข็ง

ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ใช้โครงการนี้เป็นเครื่องยนต์ในการสร้างงาน บริษัทที่ได้เงินสดจากนักลงทุนวีซ่าอีบี-5 มีทั้ง "มาริออตต์ อินเตอร์เนชันแนล" "โซนี่ พิคเจอร์ส เอนเตอร์เทนเมนท์" และบริษัทพัฒนาที่ดินอย่าง "บาร์เคลย์ส เซ็นเตอร์"

ข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า ปี 2556 มีการออกวีซ่าอีบี-5 ให้ประชาชนสัญชาติจีนมากกว่าชาติอื่น ๆ ขณะที่รองลงมาคือ เกาหลีใต้ ได้รับวีซ่า 364 คน อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตของโครงการในปี 2556 ที่ระดับ 5% ต่ำกว่าในช่วงหลายปีก่อนหน้า โดยปี 2555 จำนวนการยื่นขอวีซ่าเพิ่มขึ้น 58% ส่วนในปี 2554 เพิ่มขึ้น 94%

เมื่อปี 2556 คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือเอสอีซี ฟ้องร้องนักพัฒนาที่ดินในนครชิคาโกรายหนึ่ง ข้อหาฉ้อโกงเงินนักลงทุนชาวจีนเพื่อสร้างโรงแรมและศูนย์ประชุมมูลค่า 150 ล้านดอลลาร์ แต่ไม่ได้สร้างจริง ประกอบกับในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีคดีฟ้องร้องระหว่างนักลงทุนต่างชาติกับผู้จัดการกองทุนหลายรายในกรณีคล้ายคลึงกัน ทำให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองต้องตรวจสอบโครงการละเอียดยิ่งขึ้น เป็นเหตุให้กระบวนการยื่นขอวีซ่าล่าช้าและไม่แน่นอน ส่งสัญญาณว่าโครงการวีซ่าอีบี-5 อาจได้รับความนิยมน้อยลง