พท.เชื่อเหตุลอบบึ้มไม่ใช่ฝีมือรัฐ-กปปส. หวั่นระเบิดถี่เพื่อเปิดทางให้เกิดปฏิวัติ ด้าน"เรืองไกร"เล็งยื่นยุบ ปชป.หลังเวปไซต์ ปชป.ป้ายสี พท.
พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงถึงเหตุการณ์ปาระเบิดใส่กลุ่มกปปส.ที่ถนนบรรทัดทองและเวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิว่า ดูจากพฤติกรรมและกล้องวงจรปิดนั้นขอฟันธงว่า ทั้ง 2 เหตุการณ์เป็นฝีมือของกลุ่มก่อกวนที่ต้องการให้เกิดความรุนแรงเพื่อให้รัฐบาลเสียหาย เป็นคนกลุ่มเดียวกันเพราะใช้ระเบิดชนิดเดียวกัน แต่ไม่น่าจะใช่ฝีมือกลุ่มผู้ชุมนุมหรือรัฐบาล ทั้งนี้คนที่ปาระเบิดก็วนเวียนอยู่ในกลุ่มผู้เดินขบวน มีการแฝงนกหวีดให้กลมกลืนกับผู้ชุมนุม ดังนั้นอยากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)เร่งทำความจริงให้ปรากฏ หาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็วด้วย
ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอปฏิเสธว่ารัฐบาลและพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดที่ถนนบรรทัดทองและเวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ขอประณามผู้ก่อเหตุรุนแรงดังกล่าว ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีความจำเป็นต้องไปก่อเหตุรุนแรงเพื่อซ้ำเติมตัวเอง ทั้งนี้ พรรคประเมินว่าสถานการณ์หลังจากนี้มี 2 แนวทางคือ 1.การสร้างสถานการณ์รุนแรงลดลงจากการเข้มงวดในการทำงานของศอ.รส. และความตื่นตัวของคนไทยที่ช่วยกันสืบค้นตัวผู้กระทำผิด ทำให้ผู้ก่อเหตุไม่กล้าลงมือ และ2.สถานการณ์รุนแรงมากขึ้นเพราะการปิดกรุงเทพฯ เป็นมุกแป้ก ไม่มีผลให้รัฐบาลอ่อนแอ ดังนั้นหนทางสุดท้ายคือการใช้ความรุนแรง อาจจะมีระเบิดมากขึ้น ไม่จำกัดรูปแบบและช่วงเวลา เพราะเป็นเครื่องมือเดียวที่เหลืออยู่เพื่อนำไปสู่การเรียกร้องปฏิวัติรัฐประหาร
ขณะที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว.สรรหา กล่าวว่า จากการติดตามข่าวในเว็ปไซต์พรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนธ.ค.56 จนถึงปัจจุบันนั้นพบว่า มีเนื้อหาข่าว 8 ชิ้นที่เข้าข่ายใส่ร้ายป้ายสีพรรคเพื่อไทย โดยเป็นการกระทำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ 2 ชิ้น และนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ 6 ชิ้น อาทิ กรณีที่นายชวนนท์ระบุเมื่อวันที่16 ม.ค.ว่า พรรคเพื่อไทยหากินบนคราบน้ำตาเกษตรกร มุ่งล้างผิดไม่คิดปฏิรูป หรือกรณีที่นายอภิสิทธิ์ระบุถึงพฤติกรรมนายกฯ รักษาการว่า ใช้สถานะนายกรัฐมนตรีทำกิจกรรมบริหารราชการแผ่นดิน มุ่งสู่ความได้เปรียบหรือคะแนนนิยมในการเลือกตั้ง ซึ่งข้อความเหล่านี้ปรากฏในเวปไซด์พรรคประชาธิปัตย์ น่าจะเข้าข่ายใส่ร้ายป้ายสีพรรคเพื่อไทยตามมาตรา 53 (5) ของพ.ร.บ.เลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. มีโทษยุบพรรคและตัดสิทธิการเมืองของคณะกรรมการบริหารพรรค 5 ปี ดังนั้น ตนจะส่งเรื่องให้กกต.ตรวจสอบเพื่อยุบพรรคประชาธิปัตย์ โดยให้กกต.นำคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งในกรณีการแจกใบแดงนายการุณ โหสกุล อดีตส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย มาเทียบเคียง





