"อียู-สหรัฐ"วิจารณ์ผู้นำยูเครนหลังการผ่านกฎหมายฉบับใหม่จำนวนหนึ่ง
สหภาพยุโรป หรืออียู และสหรัฐ ออกมาวิจารณ์ผู้นำยูเครนอย่างหนัก หลังการผ่านกฎหมายฉบับใหม่จำนวนหนึ่ง ที่ฝั่งตะวันตกมองว่าเป็นการปิดกั้นการแสดงความเห็น และการชุมนุมอย่างเสรี
หัวหน้านโยบายต่างประเทศสหภาพยุโรป "นางแคเทอรีน แอชตัน" ระบุว่า กฎหมายใหม่ของยูเครน ที่มีเป้าหมายอยู่ที่การสกัดการประท้วงต่อต้านประธานาธิบดีวิกเตอร์ ยานูโควิช นั้น เป็นการจำกัดสิทธิขั้นพื้นฐาน และปิดกั้นองค์กรเพื่อสังคมพลเรือน ซึ่งขัดแย่งต่อคำมั่นที่ยูเครนให้ไว้ต่อประชาคมโลก
ขณะที่กรรมาธิการด้านนโยบายเพื่อนบ้าน ของอียู "นายสเตฟาน ฟูล" ชี้ว่า กฎหมายเหล่านี้ ขาดความเคารพต่อหลักการขั้นพื้นฐานของประชาธิปไตย และทำให้เกิดความกังวลถึงสถานการณ์ประชาธิปไตยในยูเครนด้วย
ทางด้านกระทรวงต่างประเทศ สหรัฐ แถลงว่า กฎหมายเหล่านี้ทำให้เกิดความสงสัยอย่างรุนแรง ต่อภาวะประชาธิปไตยในยูเครน และยังทำให้อนาคตของประเทศตกอยู่ในความเสี่ยงด้วย
ทั้งนี้ กฎหมายฉบับใหม่ 10 ฉบับที่ผู้นำยูเครนลงนามไปแล้วนั้น รวมถึง การกำหนดบทลงโทษให้การกีดขวางหรือปิดกั้นอาคารที่ทำการรัฐบาล จะมีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี และยังเปิดโอกาสให้ดำเนินคดีกับสมาชิกสภาง่ายขึ้น ส่วนผู้ประท้วงที่สวมหน้ากากหรือหมวกกันน็อคจะถูกปรับหรือจับกุม และการเปิดประเด็นเพื่อให้ร้ายกันทางอินเทอร์เน็ตจะมีโทษปรับหรือใช้แรงงานถึง 1 ปี





