ฟิลิปปินส์พยายามควบคุมการลักลอบค้าเด็กที่ต้องอพยพออกจากบ้านผลจากพายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน หลังกองทุนการกุศลเพื่อเด็กแสดงความกังวลเรื่องนี้
โฆษกประธานาธิบดีเบนิญโญ อาคิโน "นายเฮอร์มินิโอ โคโลมา" เปิดเผยว่า ฟิลิปปินส์ตั้งคณะกรรมการพิเศษต่อต้านการลักลอบค้าเด็ก เพื่อป้องกันเด็กที่ไร้ที่อยู่อาศัยจากพายุไห่เยี่ยน ไม่ให้ถูกล่อลวง
พายุไห่เยี่ยนถือเป็นภัยพิบัติครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งของฟิลิปปินส์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายเกือบ 8,000 คน กองทุน "แพลน อินเตอร์เนชันแนล" ร้องขอให้ฟิลิปปินส์สอบสวนเหตุต้องสงสัยว่ามีการรับสมัครแรงงานเด็กไปค้าประเวณีในเกาะซามาร์ทางตอนกลางของประเทศ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีผู้เสียชีวิตและเกิดความเสียหายอย่างหนักจากเหตุพายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนพัดถล่มเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
กลุ่มที่ให้ความช่วยเหลือหลายกลุ่มเตือนว่า ผู้ไร้ที่อยู่อาศัยต้องเผชิญกับความยากลำบากในชุมชนที่พังทลาย และเสี่ยงต่อการถูกลักลอบค้ามนุษย์
โฆษกประธานาธิบดีกล่าวว่า รัฐบาลฟิลิปปินส์ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ เพราะไม่ต้องการให้เด็กและผู้หญิงต้องตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มาจากพื้นที่ที่ประสบภัยธรรมชาติโหดร้าย
หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งจากสหประชาชาติ รัฐบาลต่างชาติ และกลุ่มให้ความช่วยเหลือ รวมทั้งแพลน อินเตอร์เนชันแนล กำลังเร่งให้ความช่วยเหลือต่อผู้รอดชีวิตที่สูญเสียทั้งครอบครัว บ้านเรือน และตกงาน ที่ผ่านมารัฐบาลฟิลิปปินส์ขึ้นบัญชีเด็กกำพร้า เฉพาะในจังหวัดเลเต้ทางตอนกลางของเกาะที่ถูกพายุพัดถล่ม มีถึง 109 คน
ส่วนรายงานการค้ามนุษย์ระดับโลกในปี 2556 ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ อธิบายว่า ฟิลิปปินส์เป็นประเทศต้นทาง ปลายทาง และประเทศทางผ่าน สำหรับการลักลอบค้ามนุษย์ทั้งชาย หญิง และเด็ก เพื่อนำไปค้าประเวณีและบังคับใช้แรงงาน





