ชาวยูเครนประมาณ 50,000 คนชุมนุมกับกลางกรุงเคียฟ เพราะไม่พอใจที่นายยูรี ลัตเซนโก อดีตรัฐมนตรีมหาดไทยผู้ผันตัวเองเป็นแกนนำฝ่ายค้าน ถูกทุบตี
นายลัตเซนโกต้องเข้ารับการรักษาตัวในห้องไอซียู หลังจากถูกตำรวจทุบตีที่ศีรษะร่วม 10 ครั้ง นับเป็นครั้งแรกที่มีการใช้กำลังกับบุคคลระดับสูงของยูเครน ท่ามกลางกระแสประท้วงระลอกล่าสุดอันทำท่าจะจุดชนวนให้เกิดวิกฤติการเมืองครั้งร้ายแรงที่สุดสำหรับประธานาธิบดีวิกเตอร์ ยานูโควิช ที่บริหารประเทศมา 4 ปี
ยูเครน ซึ่งเคยอยู่ในสหภาพโซเวียต เผชิญการประท้วงตั้งแต่เดือนพ.ย. เมื่อนายยานูโควิชไม่ลงนามข้อตกลงการค้ากับอียู เพราะเอนเอียงไปทางรัสเซีย
การชุมนุมครั้งใหญ่ที่จตุรัสอินดีเพนเดนซ์กลางกรุงเคียฟ มีผู้คนเข้าร่วมจำนวนหลายแสน ซึ่งมากพอๆ กับการปฏิวัติสีส้ม อันเป็นการปฏิวัติที่ทำให้ยูเครนค่อนไปมีแนวทางอิงชาติตะวันตก ผู้ชุมนุมเริ่มลดจำนวนลงเมื่อนายยานูโควิชลงนามข้อตกลงมูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์กับรัสเซีย ซึ่งมีการลดราคาก๊าซให้ยูเครนด้วย
แต่การที่คู่แข่งทางการเมืองของนายยานูโควิชถูกทำร้าย อันเป็นสิ่งที่หลายคนมองว่าน่าจะเป็นคำสั่งของนายยานูโควิช ทำให้ผู้คนออกมาชุมนุมที่จตุรัสอินดีเพนเดนซ์อีกครั้ง
นายวิทาไล คลิตช์โก อดีตแชมป์มวย ซึ่งเป็นแกนนำฝ่ายค้านอีกคนหนึ่ง กล่าวว่าการใช้ความรุนแรงกับฝ่ายค้านเป็นเหตุผลสำคัญที่ตอกย้ำว่าต้องมีการชุมนุมอย่างต่อเนื่อง เพื่อกดดันรัฐบาล โดยนายคลิช์โกกล่าวว่าจะทำทุกอย่างเพื่อกดดันให้รัฐบาลลาออก และเปลี่ยนแปลงระบบที่เปิดทางให้ตำรวจทุบตีประชาชนตามคำสั่งบ้าๆ
นายคลิตช์โกคาดว่าประชาชนจะออกมาร่วมชุมนุมอย่างน้อย 100,000 คนในการชุมนุมใหญ่ครั้งต่อไป วันที่ 19 ม.ค.นี้ หลังจากผู้ชุมนุมร่อยหรอลงไปในช่วงปีใหม่ที่ผู้คนกลับบ้านไปเฉลิมฉลอง ทั้งยังมีเทศกาลปีใหม่ประจำชาติในวันที่ 14 ม.ค. ซึ่งผู้คนจะไปเที่ยวต่างจังหวัดกับครอบครัว





