ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา สั่งเพิ่มมาตรการเข้มงวด หลังอดีตนางงามถูกยิงเสียชีวิต
นายมาดูโรกล่าวถึงเหตุการณ์ที่อดีตนางงามเวเนซุเอลา "นางโมนิกา สเปียร์" และ "โธมัส เฮนรี่ แบร์รี่" อดีตสามีของเธอ ถูกยิงเสียชีวิตหลังถูกแก๊งคนร้ายปล้นชิงทรัพย์ว่า เขาเคยประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน และในฐานะผู้นำประเทศ จะเพิ่มการปราบปรามอาชญากรให้เข้มงวดมากขึ้น ทั้งนี้ เวเนซุเอลาเป็นประเทศหนึ่งที่มีอัตราการก่ออาชญากรรมสูงมาก และถูกสหประชาชาติจัดให้เป็นประเทศที่มีอัตราการก่ออาชญากรรมสูงเป็นอันดับที่ 5 ของโลก
ผู้บัญชาการตำรวจหน่วยสืบสวน "นายโฮเซ่ เกรกอริโอ เซียรัลต้า" แถลงว่า คนร้ายมีจำนวน 5 คน และได้ก่อเหตุในช่วงที่รถของเหยื่อ ถูกยกโดยรถบรรทุกพ่วง แต่เมื่อไม่สามารถเข้าไปในรถได้ จึงได้กระหน่ำยิงไปที่รถ ทำให้นางสเปียร์และสามีเสียชีวิต ส่วนลูกสาววัย 5 ขวบที่ชื่อว่า "มายา" ได้รับบาดเจ็บที่ขาและถูกนำส่งโรงพยาบาล และคาดว่าจะไปอยู่ในความดูแลของญาติต่อไป
.ล่าสุด ตำรวจได้เก็บหลักฐานจากที่เกิดเหตุและกำลังอยู่ระหว่างการสอบปากคำคนขับรถบรรทุกพ่วง 2 คน ที่เข้าไปให้การช่วยเหลือ
ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า ตำรวจในเปอร์โต คาเบลโล่ ได้จับกุมผู้ต้องสงสัย 5 คน บางคนอายุไม่ถึง 18 ปี แต่ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่า ผู้เคราะห์ร้ายได้เรียกรถบรรทุกพ่วงเอง หรือคนขับรถบรรทุกพ่วงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมครั้งนี้หรือไม่
ทั้งนี้ นางสเปียร์ วัย 29 ปี เป็นนักแสดงทีวียอดนิยม ส่วนแบร์รี่ สามีวัย 39 ปีของเธอเป็นชาวอังกฤษ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นคดีอาชญากรรมที่ดังที่สุดของประเทศ ขณะที่การปล้นฆ่า และการลักพาตัวทูตต่างชาติและนักเบสบอลอาชีพกลายเป็นเรื่องปกติเหตุการณ์ล่าสุดเป็นรูปแบบของการวางแผนปล้น ที่มีทั้งการโรยตะปูเรือใบ หรือไม่ก็เอาฝ่าท่อระบายน้ำออกเพื่อทำให้รถแล่นไม่ได้
จากสถิติขององค์กรจับตาความรุนแรงในเวเนซุเอลาซึ่งไม่แสวงผลกำไร ระบุว่า ประเทศที่อุดมไปด้วยน้ำมันแห่งนี้ มีอัตราการฆาตกรรมเฉลี่ย 79 ต่อ 1 แสนคน เมื่อปีที่แล้ว และ 95 เปอร์เซ็นต์ของคดี ไม่สามารถคลี่คลายได้





