วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เศรษฐกิจโลกส่อแววสดใส

สภาพเศรษฐกิจในช่วงศักราชใหม่ ส่อเค้าสดใส เมื่อไอเอ็มเอฟเตรียมปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจโลกในอีก 3 สัปดาห์หน้า

นับเป็นการสะท้อนความเชื่อมั่นในการฟื้นตัวของทั่วโลก ขณะเดียวกับที่แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐก็ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นางคริสติน ลาการ์ด กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวว่าไอเอ็มเอฟเตรียมปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในอีกประมาณ 3 สัปดาห์ข้างหน้านี้

นางลาการ์ด แถลงที่กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา ว่าไอเอ็มเอฟจะปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจโลก แต่เร็วเกินไปที่จะให้รายละเอียดมากไปกว่านี้ และไม่ได้ให้เหตุผลถึงการปรับเพิ่มคาดการณ์ครั้งใหม่

การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่รวดเร็วเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้แนวโน้มในปัจจุบันดีขึ้นจากเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยในรายงานคาดการณ์เศรษฐกิจโลกฉบับล่าสุดเมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว ไอเอ็มเอฟปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกลง ด้วยเหตุผลว่าเศรษฐกิจโลกยังคงเติบโตอย่างเชื่องช้า และคาดว่าเศรษฐกิจโลกปี 2556 เติบโต 2.9% ส่วนปี 2557 เติบโต 3.6% ตัวเลขดังกล่าวเป็นการปรับลดจากรายงานฉบับเดือนกรกฎาคมที่ประเมินว่า เศรษฐกิจโลกปี 2556 เติบโต 3.2% และปี 2557 เติบโต 3.8%

จากนั้นในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ไอเอ็มเอฟระบุว่า แม้ว่าเศรษฐกิจของประเทศตลาดเกิดใหม่จะมีส่วนสำคัญในการเติบโตของเศรษฐกิจโลก แต่ได้สูญเสียแรงส่งไปมากกว่าในการประเมินครั้งก่อน ขณะที่บรรดาประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐ กำลังส่งสัญญาณของการฟื้นตัว

นางลาการ์ดอธิบายว่า การที่ธนาคารกลางสหรัฐเริ่มเปลี่ยนแปลงนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน ส่งผลให้กระแสเงินทุนที่ไหลเข้าประเทศตลาดเกิดใหม่ชะลอตัวลง เพราะผลตอบแทนระยะยาวในสหรัฐและประเทศอื่นๆ เพิ่มขึ้น

ขณะที่ในเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว นางลาการ์ดกล่าวว่าไอเอ็มเอฟมองเห็นความแน่นอนในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในปี 2557 โดยในการให้สัมภาษณ์รายการ "มีทเดอะเพรสส์" ของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวเร็วขึ้นในปีนี้ พิจารณาจากข้อมูลแง่บวกทางเศรษฐกิจ อย่างอัตราว่างงานที่ลดลง และสัญญาณของการประนีประนอมในสภา

ทั้งนี้ อัตราว่างงานของสหรัฐ ลดลงเหลือ 7% ในเดือนพ.ย. จาก 7.3% ในเดือนต.ค. และมีแนวโน้มจะปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องเมื่อหลายฝ่ายเชื่อมั่นมากขึ้นว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังเดินไปสู่เส้นทางของการฟื้นตัวอย่างยั่งยืน

การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ว่ามีแผนจะลดการเข้าซื้อพันธบัตรลงเหลือเดือนละ 75,000 ล้านดอลลาร์ จาก 85,000 ล้านดอลลาร์ เริ่มตั้งแต่เดือนม.ค. ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของการปรับลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่นายเบน เบอร์นันกี ประธานเฟด นำมาใช้

นางลาการ์ดระบุในแถลงการณ์ล่าสุดที่กรุงไนโรบีว่า ประเทศตลาดเกิดใหม่อาจได้รับผลกระทบบ้าง จากการฟื้นตัวของประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งอาจทำให้ตลาดการเงินมีการเคลื่อนไหว

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว ไอเอ็มเอฟคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัว 2.6% ปีนี้ หลังจากเมื่อปีก่อนเติบโต 1.6% พร้อมเตือนว่าหากสภาไม่สามารถตกลงกันเพื่อเพิ่มเพดานหนี้ได้ จะส่งผลเสียไม่เฉพาะต่อสหรัฐ แต่รวมถึงประเทศอื่นในโลกด้วย ซึ่งในเวลาต่อมาสภาสหรัฐก็ได้ผ่านข้อตกลงงบประมาณสำหรับช่วง 2 ปีข้างหน้า