ผลสำรวจล่าสุดชี้ ปี56 เป็นปีที่ย่ำแย่สุดในรอบ 5 ปีของวาณิชธนกิจเอเชีย เหตุรายได้ในภูมิภาคซบเซา สวนทางผลประกอบการในสหรัฐและยุโรปที่พุ่งสูง
ดีโลจิค บริษัทจัดหาข้อมูลธุรกิจชั้นนำของโลก เผยผลสำรวจล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่า ในปี 2556 วาณิชธนกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รวมถึงญี่ปุ่น มีรายได้ร่วงลงมาอยู่ที่ 11,800 ดอลลาร์ แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วิกฤติการเงินโลกในปี 2551 ทำให้อุตสาหกรรมนี้มีผลการดำเนินงานที่ย่ำแย่อย่างหนัก
หากเทียบเป็นรายปีจะพบว่า อุตสาหกรรมวาณิชธนกิจเอเชีย-แปซิฟิก มีรายได้ร่วงลง 10% หรือลดลงราว 1 ใน 4 จากระดับสูงสุดที่เคยทำไว้ในปี 2553 ที่ 15,700 ล้านดอลลาร์
ในทางกลับกัน รายได้ของวาณิชธนกิจโลก ขยับขึ้นแตะระดับสูงสุดนับเป็นปี 2550 เป็นต้นมา เพิ่มขึ้น 12% ในสหรัฐ มาอยู่ที่ 36,000 ล้านดอลลาร์ และ 10% ในยุโรปที่ 17,500 ล้านดอลลาร์
นายธนาคารเอเชียส่วนใหญ่ให้เหตุผลถึงรายได้ที่ซบเซาดังกล่าวว่า สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากภาวะซบเซาในการทำข้อตกลงต่างๆ อาทิ การควบรวมกิจการหรือ เอ็มแอนด์เอ และมองว่า การแข่งขันในอุตสาหกรรมเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่มีการทำข้อตกลงน้อยลง ทำให้เกิดแรงกดดันในเรื่องการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม
นายคีธ พ็อกสัน ผู้จัดการร่วมฝ่ายบริการการเงินภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิกของเอิร์นส์แอนด์ยัง แสดงความเห็นว่า สาเหตุหลักของสถานการณ์ข้างต้น คือ การที่ตลาดมีคู่แข่งล้นเกิน มีผู้เล่นจำนวนมากเกินไปที่ไล่ตามข้อตกลงเดียวกัน
รายงานระบุด้วยว่า ธนาคารเหล่านี้ พากันเร่งขยายธุรกิจเข้ามาในเอเชีย ในช่วงเวลาที่ภูมิภาคกำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว หลังเกิดภาวะซบเซาทางเศรษฐกิจมานาน ทำให้เกิดกระแสทุ่มเงินก้อนโตเข้าสู่หุ้นที่คาดว่าจะราคาพุ่ง การทำธุรกิจรับประกันหุ้นกู้ และที่ปรึกษาข้อตกลงเอ็ม แอนด์ เอ
อย่างไรก็ตาม เหล่าวาณิชธนกรต่างมองว่า สถานการณ์ในเอเชียตจะปรับตัวดีขึ้นไปเรื่อย ๆ ในปี 2557จากการที่เศรษฐกิจสหรัฐโตมากขึ้น และยุโรปกำลังเดินหน้าหลุดพ้นวิกฤติหนี้





