ความขัดแย้งทางการทูตระหว่างอินเดียกับสหรัฐ ส่อบานปลาย
กรณีการจับกุมและข้อกล่าวหาว่าปฏิบัติไม่ดีต่อนักการทูตหญิงชาวอินเดียในนครนิวยอร์กเมื่อสัปดาห์ก่อน ได้บานปลายกลายเป็นความขัดแย้งทางการทูตระหว่างอินเดียกับสหรัฐ หลังจากนายกรัฐมนตรีมานโมฮัน ซิงห์ ของอินเดียให้ความเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวเมื่อวันพุธ (18 ธ.ค.) ว่าเป็น "เรื่องน่าตำหนิ"
รองกงสุลใหญ่อินเดียแห่งนครนิวยอร์ก "นางเทพญาณี โกบราเกด" ถูกจับกุมตัวและใส่กุญแจมือในที่สาธารณะ และถอดเสื้อผ้าค้นตัวระหว่างอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ในสหรัฐเมื่อวันพฤหัสบดีก่อน (12 ธ.ค.) โดยถูกตั้งข้อหาใช้วีซ่าและเอกสารปลอมในการว่าจ้างแม่บ้านชาวอินเดีย หลังจากนั้น เธอก็ได้รับประกันตัวพร้อมกับปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
นายกรัฐมนตรีมานโมฮัน ซิงห์ ของอินเดียแถลงข่าวแสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องที่น่าตำหนิ
คำพูดของนายซิงห์มีขึ้นไม่นานหลังจากที่รัฐมนตรีกิจการต่างประเทศอินเดีย "นายซัลมาน เคอร์ชิด" ออกมาประณามเหตุการณ์ดังกล่าวและให้คำมั่นต่อสภาว่าจะนำตัวนักการทูตคนนี้กลับประเทศและกู้ศักดิ์ศรีของเธอกลับคืนมา ท่ามกลางความไม่พอใจอย่างรุนแรงจากส.ส.พรรครัฐบาลและฝ่ายค้านที่อ้างว่าการจับกุมครั้งนี้ละเมิดอนุสัญญาเวียนนา
นายเคอร์ชิด กล่าวว่า อินเดียขอประณามเหตุการณ์นี้ และจะทำทุกวิถีทางที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ มันไม่ใช่เรื่องเฉพาะบุคคล แต่เป็นเรื่องเกียรติภูมิของชาติ การกระทำดังกล่าวต่อนักการทูตอินเดียนั้นเป็นเรื่องไม่อาจยอมรับได้โดยสิ้นเชิง
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา อินเดียได้ลดเอกสิทธิ์ทางการทูตต่อบรรดานักการทูตสหรัฐ โดยได้ขอให้พวกเขาคืนบัตรประจำตัวและให้ตำรวจเคลื่อนย้ายแบริเออร์คอนกรีตออกจากบริเวณสถานทูตสหรัฐในกรุงนิวเดลี
นอกจากนี้ รัฐมนตรีมหาดไทยอินเดีย "นายสุชิล กุมาร" และรองประธานพรรคคองเกรสซึ่งเป็นพรรครัฐบาล "นายราหุล คานธี" ก็ได้ยกเลิกกำหนดการไปพบคณะผู้แทนสภาคองเกรสจากสหรัฐ เพื่อประท้วงการจับกุมนักการทูตอินเดีย
ขณะที่โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ "นางมารี ฮาร์ฟ" แถลงว่า สหรัฐเข้าใจดีว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับหลายฝ่ายในอินเดีย และทางสหรัฐก็กำลังตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอยู่ว่าขั้นตอนการจับกุมนางโกบราเกดเป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสมหรือไม่
ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่าอินเดียสั่งย้ายนางโกบราเกดไปเป็นผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติหรือยูเอ็นของอินเดียในนครนิวยอร์ก เพื่อรับประกันว่าเธอจะได้รับเอกสิทธ์คุ้มครองทางการทูตโดยสมบูรณ์ กรณีที่เธอถูกตัดสินจำคุก 10 ปี
บรรดาผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า รัฐบาลอินเดียอาจจะไม่ต้องการสิ่งอื่นใดนอกคำขอโทษโดยปราศจากเงื่อนไขจากทางสหรัฐเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหลือเวลาก่อนเลือกตั้งทั่วไปอีก 6 เดือน นอกจากนี้พวกเขายังมองว่าพรรคฝ่ายค้านอาจได้ประโยชน์หากรัฐบาลปัจจุบันของอินเดียไม่จัดการปัญหาอย่างเด็ดขาด





