น้ำท่วมใหญ่ในเยอรมนี สาธารณรัฐเช็ก และบรรดาประเทศเพื่อนบ้านในยุโรปกลางทำเศรษฐกิจโลกเสียหายมหาศาล
รายงานล่าสุดชี้ ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั่วโลกทำให้เศรษฐกิจโลกในปี 2556 เสียหายไปกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์
สวิส รี บริษัทประกันภัยยักษ์ใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์ เผยรายงานฉบับล่าสุด ที่แสดงให้เห็นว่า ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในปี 2556 รวมถึงเหตุน้ำท่วมใหญ่ในเยอรมนี สาธารณรัฐเช็ก และบรรดาประเทศเพื่อนบ้านในยุโรปกลาง สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจโลกในปีนี้คิดเป็นมูลค่าประมาณ 130,000 ล้านดอลลาร์
รายงานระบุว่า ในความเสียหายดังกล่าว มีแนวโน้มที่อุตสาหกรรมประกันจะต้องเป็นผู้แบกรับความเสียหายคิดเป็นมูลค่าราว 44,000 ล้านดอลลาร์ แต่ตัวเลขนี้ ยังถือว่าเป็นมูลค่าที่ลดลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับเมื่อปี 2555 ที่อุตสาหกรรมประกันต้องจ่ายสินไหมทดแทนไปหมากถึง 81,000 ล้านดอลลาร์ อันเนื่องมาจากเหตุการณ์พายุเฮอริเคนแซนดี้พัดถล่มสหรัฐ
สถานการณ์น้ำท่วมในยุโรปกลางเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ได้สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจราว 18,000 ล้านดอลลาร์ โดยในจำนวนนี้มีอยู่ 4,000 ล้านดอลลาร์ ที่มีการทำประกันความเสียหายเอาไว้ สูงกว่ามูลค่าความเสียหายเมื่อปีที่แล้ว ที่อุตสาหกรรมประกันต้องจ่ายค่าสินไหมให้กับพื้นที่เดียวกันนี้จำนวน 3,000 ล้านดอลลาร์
เหตุน้ำท่วมยุโรปช่วงกลางปี 2556 ถือเป็นสถานการณ์อุทกภัยที่มีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจมากสุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์โลก แต่ยังถือเป็นมูลค่าความเสียหายที่ไม่มากนักหากเทียบกับเหตุน้ำท่วมใหญ่ในไทย เมื่อปี 2554 ที่ติดอันดับ 1 เหตุอุทกภัยที่มีความเสียหายทางเศรษฐกิจมากที่สุดของโลก ที่มีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนสูงมากกว่า 16,000 ล้านดอลลาร์
ในปีนี้ ภูมิภาคยุโรปยังได้รับผลกระทบจากพายุลูกเห็บแอนเดรียส ในเยอรมนี และฝรั่งเศส ซึ่งบริษัทประกันต้องจ่ายค่าสินไหมไป 3,000 ล้านดอลลาร์
ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ รวมถึงวาตภัยคริสเตียน และซาเวียร์ ในแถบยุโรปกลาง และยุโรปเหนือ ยังทำให้อุตสาหกรรมประกันต้องจ่ายเงินค่าเสียหายไปโดยรวมครั้งละประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ ยังมีเหตุฝนตกหนัก และน้ำท่วมฉับพลันในแคว้นอัลเบอร์ตา ของแคนาดา ที่มีค่าสินไหมอยู่ที่ 2,000 ล้านดอลลาร์ แตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์ของประเทศ ทั้งในปีนี้ ยังเหกิดเหตุพาย และน้ำท่วม ในออสเตรเลีย อินเดีย จีน อินโดนีเซีย แอฟริกาใต้ และอาร์เจนตินาด้วย
ขณะที่ความสูญเสียในแง่ของชีวิตนั้น รายงานระบุว่า เหตุซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนพัดถล่มฟิลิปปินส์ เมื่อเเดือนที่แล้ว ถือเป็นภัยธรรมชาติเหตุการณ์เดียวที่รุนแรงสุดในปีนี้ ด้วยยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดที่พุ่งทะลุ 7,000 รายไปแล้ว
อย่างไรก็ดี สวิส รี ชี้ว่า แม้พื้นที่ในเมืองทัคโลบัน ที่โดยไห่เยี่ยนถล่มนั้น จะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง แต่คาดว่า จะไม่ส่งผลต่อบริษัทมากเท่าใดนัก เนื่องจากมีประชาชนในประเทศกำลังพัฒนา รวมถึง ฟิลิปปินส์ เพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่ทำประกันภัย





