"ยานูโควิช"เดินทางไปพบปะ"วลาดิมีร์ ปูติน"คาดลงนามข้อตกลงจำนวนหนึ่งกับรัสเซีย
ประธานาธิบดีวิกเตอร์ ยานูโควิชแห่งยูเครน เดินทางไปพบปะกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินแห่งรัสเซีย โดยคาดว่านายยานูโควิชจะลงนามข้อตกลงจำนวนหนึ่งกับรัสเซีย รวมถึงข้อตกลงจัดส่งก๊าซธรรมชาติราคาถูกจากรัสเซีย และกู้เงินหลายพันล้านดอลลาร์
ข่าวระบุว่านายยานูโควิชหวังจะได้เงินกู้ 5,000 ล้านดอลลาร์จากรัสเซีย ซึ่งนักวิจารณ์ระบุว่าเป็นรางวัลจากรัสเซีย กรณีที่ยูเครนไม่ทำข้อตกลงกับสหภาพยุโรป (อียู)
นอกจากนั้น ยังมีเสียงวิจารณ์ว่านายยานูโควิชจะนำพาประเทศไปสู่เส้นทางของการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพศุลกากร ซึ่งมีรัสเซียเป็นแกนนำอันมีเป้าหมายของการแข่งกับการรวมกลุ่มของอียู
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยุเครนปฏิเสธว่าไม่ได้มีแผนลงนามข้อตกลงสหภาพศุลกากร
การเดินทางไปรัสเซียมีขึ้น 2 วันหลังจากอียูระงับการเจรจาเพื่อนำไปสู่ข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนกับยูเครน อันจะดึงยูเครนออกจากวงจรของรัสเซียเป็นครั้งแรก ล่าสุดเจ้าหน้าที่อียูชี้ว่าการที่นายยานูโควิชยังเอนเอียงไปทางรัสเซีย ทำให้อียูตัดสินใจระงับการเจรจา พร้อมเรียกร้องให้ยูเครนแสดงเจตนารมย์ที่ชัดเจนกว่าเดิมในเรื่องเสรีภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจ
นายคาร์ล บิลด์ รัฐมนตรีต่างประเทศสวีเดน กล่าวว่าหากมีท่าทีที่ชัดเจนจากรัฐบาลกรุงเคียฟ อียูก็พร้อมลงนามข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วน
การตัดสินใจไม่ทำข้อตกลงกับอียูเป็นชนวนของการประท้วงต่อต้านรัฐบาล ทั้งยังสะท้อนเส้นแบ่งทางวัฒนธรรมระหว่างพวกชาตินิยมและชาวยูเครนทางตะวันตกของประเทศ กับชาวยูเครนทางตะวันออกที่โอนเอียงไปทางรัสเซีย
รัฐบาลยูเครนพยายามจัดการชุมนุมในกรุงเคียฟ ด้วยการระดมชาวภาคตะวันออกจำนวนมาก อันเป็นฐานเสียงของนายยานูโควิช แต่การชุมนุมดังกล่าวมีจำนวนคนร่วมน้อยเมื่อเทียบกับการชุมนุมสนับสนุนการเข้าพวกกับอียู ซึ่งดำเนินไปตลอด 24 ชั่วโมง
เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว นายยานูโควิชได้ประชุมกับแกนนำการประท้วง 3 คน จากนั้นได้ปลดเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่รับผิดชอบต่อการปราบปรามผู้ประท้วงอย่างรุนแรงเมื่อปลายเดือนที่แล้ว ขณะเดียวกัน พรรคเรเจียนของเขาก็สนับสนุนให้นายยานูโควิชปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ เพื่อลดแรงเสียดทาน
แต่ผู้นำยูเครนปฏิเสธเสียงเรียกร้องจากฝ่ายค้านที่ให้นายกรัฐมนตรีไมโคลา อซารอฟ ลาออก และจัดการเลือกตั้งประธานาธิบรวมถึงสมาชิกสภาทันที





