นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงเพื่อหาคนผิดมาลงโทษจากกรณีที่่มีคนงานชาวเอเชียใต้กว่า 400 คนในสิงคโปร์ก่อการจลาจล
นายกรัฐมนตรีลี เซียน หลุง โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า เหตุจลาจลครั้งนี้ร้ายแรงมาก และไม่ว่าจะมีสาเหตุมาจากอะไรก็ตาม ก็ไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างที่จะก่อเหตุรุนแรง รวมถึงการกระทำ และแสดงพฤติกรรมแบบอาชญากรได้ โดยรัฐบาลจะดำเนินความพยายามอย่างเต็มที่ในการหาตัวผู้ทำผิดมาลงโทษ
ขณะที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทยสิงคโปร์ "นายเตียว ชี เฮียน" แถลงว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นว่ารุนแรงมาก ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและทรัพย์สินทางราชการเสียหาย
ด้านโฆษกตำรวจสิงคโปร์แถลงว่า จนถึงขณะนี้มีผู้ถูกควบคุมตัวที่สถานีตำรวจแล้ว 176 คนเพื่อบันทึกการให้ปากคำ และมีการสอบปากคำคนงานต่างชาติราว 3,700 คนที่อาศัยอยู่ตามหอพักต่าง ๆ โดยไม่ได้แยกสัญชาติของคนงานเหล่านี้ว่ามีประเทศใดบ้าง
ทั้งนี้ เหตุจลาจลดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นหลังจากที่มีรถบัสซึ่งขับโดยพลเมืองชาวสิงคโปร์ได้ชนแรงงานชาวอินเดียคนหนึ่งเสียชีวิต และต่อมาได้เกิดเหตุบานปลาย ทำให้เจ้าหน้าที่และพลเรือนบาดเจ็บ 39 ราย รถยนต์เสียหายอย่างน้อย 6 คัน โดยเจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องสงสัยไว้ 27 รายเป็นคนเชื้อสายเอเชียใต้
สิงคโปร์ขาดแคลนแรงงานจึงต้องพึ่งพาแรงงานจากต่างประเทศ โดยเฉพาะแรงงานจากเอเชียใต้ที่ส่วนใหญ่ทำงานในภาคการก่อสร้าง และมักจะรวมตัวกันในย่านลิตเติ้ลอินเดียในวันหยุด เพื่อจับจ่ายซื้อของ รับประทานอาหาร และดื่มสังสรรค์ ส่วนเหตุจลาจลครั้งนี้มีแนวโน้มจะจุดชนวนความวิตกเกี่ยวกับความไม่พอใจในหมู่คนงานต่างชาติที่ได้ค่าแรงต่ำ
อย่างไรก็ตาม นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนในสิงคโปร์ เผยว่า รัฐบาลควรแก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิตของแรงงานต่างชาติในสิงคโปร์ เพราะแรงงานจำนวนมากถูกควบคุมให้อยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมที่แออัด และต้องเผชิญกับการเลือกปฏิบัติ ซึ่งเป็นชนวนให้เกิดการจลาจล





