การที่รัฐบาลอินเดียเพิ่มความเข้มงวดในการนำเข้าทองคำ เพื่อต่อสู้กับการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด-เงินรูปีอ่อน ส่งผลให้การลักลอบขนทองคำเข้าประเทศ
นับตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา อินเดียได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าทองคำแท่งจาก 8% เป็น 10% จากนั้นในเดือนกรกฎาคม ได้กำหนดให้ 20% ของทองคำแท่งนำเข้าทั้งหมดต้องถูกส่งออกในรูปเครื่องประดับทองคำ หลังจากที่ได้สั่งห้ามนำเข้าเหรียญทองคำทุกชนิดมาแล้ว
ทั้งนี้ อินเดียถือเป็นหนึ่งในประเทศผู้บริโภคทองคำรายใหญ่สุดของโลก มีการนำเข้าทองคำมากเป็นอันดับ 2 รองจากน้ำมัน โดยระหว่างปี 2555-2556 อินเดียนำเข้าทองคำมากถึง 860 ตัน
ในไตรมาส 3 ของปีนี้ อินเดียมีมูลค่าการนำเข้าทองคำลดลงมาอยู่ที่ 3,900 ล้านดอลลาร์ จากระดับ 16,400 ล้านดอลลาร์ แต่ขณะเดียวกัน การลอบนำเข้าทองคำก็พุ่งสูงขึ้น จากความต้องการโลหะมีค่าชนิดนี้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
เจ้าหน้าที่จากกรมสรรพากรอินเดีย เปิดเผยว่า ระหว่างเดือนเมษายน-กันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ศุลกากรยึดทองคำที่ท่าเรือและสนามบินได้ 570 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 15,300 ล้านรูปี เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่ยึดทองคำได้ 94 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 2,800 ล้านรูปี
นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรม ระบุว่า ยังมีทองคำเถื่อนที่จับไม่ได้มากกว่านี้ โดยทองคำที่ลักลอบนำเข้าส่วนใหญ่มาจากตะวันออกกลาง ไทย และสิงคโปร์ ซึ่ง
ราคาทองคำ 24 กะรัตในดูไบ และไทยอยู่ที่ประมาณกรัมละ 39-40 ดอลลาร์ แต่เมื่อมาถึงอินเดียราคาจะเพิ่มเป็นกรัมละ 48-50 ดอลลาร์
มูลค่าทองคำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้บรรดาผู้ลักลอบนำเข้าทั้งที่เป็นชาวอินเดียเอง หรือชาวต่างชาติ ต่างพยายามหาวิธีการใหม่ๆ ในการขนทองคำผิดกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่สนามบินมุมไบ เผยว่า ในแต่ละวัน จะตรวจพบทองคำซุกซ่อนอยู่ในช่องใส่แบตเตอรีโทรศัพท์มือถือและโน้ตบุ๊ก และยังพบผงทองคำในห่อที่ระบุว่าเป็น "ผงเฮนนา" ด้วย
เดือนพฤศจิกายนเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ สนามบินกัลกัตตาพบทองคำแท่งมีเครื่องหมายการค้าดูไบ มูลค่าราว 1.4 ล้านดอลลาร์ ซ่อนอยู่ในห้องสุขาเครื่องบินของสายการบินพาณิชย์แห่งนึ่ง เครื่องบินลำดังกล่าวบินระหว่างบินระหว่างสองเมืองในภาคตะวันออก แต่ก่อนหน้านี้บินในเส้นทางมุมไบ-ดูไบ เจ้าหน้าที่สงสัยว่าทองคำที่ถูกซ่อนไว้ในห้องน้ำนั้น เพื่อจะนำออกมาในภายหลัง เมื่อเครื่องบินให้บริการเส้นทางภายในประเทศ
ข้อมูลของกรมศุลกากรอินเดีย แสดงให้เห็นว่า นับแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา เจ้าหน้าที่ยึดทองคำได้มากกว่า 30 ครั้ง ถ้าเจ้าหน้าที่พบแบตเตอรีในกระเป๋าหรือสัมภาระก็จะตรวจสอบโทรศัพท์มือถือหรือโน้ตบุ๊ก บางครั้งเจ้าหน้าที่พบยาระบายให้กระเป๋าของพวกเขา หรือพวกเขาใช้ภาษากายแปลก ๆ นั่นหมายความว่าอาจซุกซ่อนทองคำแท่งไว้ในทวารหนัก
ทางด้านอดีตประธานสมาพันธ์ค้าเพชรและอัญมณีอินเดีย "นายอโศก มินาวาลา" เปิดเผยว่า ธุรกิจอัญมณีในระบบกำลังต่อสู้ให้อยู่รอด ธุรกิจ 20% ต้องปิดตัวลง อีก 30% เจอปัญหาอย่างหนัก ในขณะนี้มีแต่ตลาดทองคำเถื่อนเท่านั้นที่เฟื่องฟูอย่างมาก





