บรรดาสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐเตรียมโหวตมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านครั้งใหม่ หวั่นทำลายข้อตกลงเจนีวาระหว่างอิหร่านกับ 5 ชาติมหาอำนาจ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มีความเป็นไปได้ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ อาจลงมติผ่านมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านครั้งใหม่ โดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของจากรัฐบาลของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ที่กำลังใช้หนทางการทูตและเกรงว่าอาจจะทำลายความคืบหน้าการเจรจาหาข้อยุติโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านที่เพิ่งบรรลุความตกลงกับสหรัฐ เยอรมนี ฝรั่งเศสอังกฤษ รัสเซีย และจีน หรือ "กลุ่มพี5+1" ที่นครเจนีวาเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยอิหร่านตกลงจะจำกัดการดำเนินโครงการนิวเคลียร์ เพื่อแลกกับการผ่อนปรนหรือระงับมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนในช่วง 6 เดือนนี้
อย่างไรก็ตาม วุฒิสมาชิกของทั้งสองพรรคนำโดย "นายโรเบิร์ต เมเนนเดซ" ประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศจากพรรคเดโมแครต และส.ว.รีพับลิกัน "นายมาร์ค เคิร์ก" กลับเตรียมเสนอร่างกฎหมายเพิ่มคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านและอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น เหมือง การก่อสร้าง และวิศวกรรมต่อไป โดยพวกเขาอ้างว่าการคว่ำบาตรทำให้รัฐบาลอิหร่านยอมเจรจา และการเพิ่มบทลงโทษมากขึ้นอีก เป็นกลไกเดียวที่มีประสิทธิภาพป้องกันอิหร่านเตะถ่วงการเจรจาเพื่อทำข้อตกลงอย่างสมบูรณ์ได้
หากบังคับใช้บทลงโทษดังกล่าว อาจลดเพดานการส่งออกน้ำมันอิหร่านที่อนุญาตให้ทำได้ โดยปัจจุบันอยู่ที่วันละ 1.2 ล้านบาร์เรล ซึ่งจะสร้างความยุ่งยากแก่เศรษฐกิจของอิหร่าน และ 6 ประเทศที่ยังนำเข้าน้ำมันอิหร่านและได้รับการละเว้นจากสหรัฐ อาจถูกลงโทษเช่นกันหากไม่ลดปริมาณการนำเข้าภายในเวลาที่กำหนด





