โอเปคเตรียมกำหนดเพดานผลผลิตในการประชุมที่กรุงเวียนนา ขณะที่อิรักและอิหร่านต้องการเพิ่มการส่งออก ส่วนผลผลิตของลิเบียลดลงอย่างรวดเร็ว
กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันหรือโอเปคซึ่งนำโดยผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก "ซาอุดีอาระเบีย" เปิดเผยก่อนการประชุมว่า โอเปคไม่เห็นความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงเพดานการผลิตน้ำมันที่ 30 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ขณะที่บรรดานักวิเคราะห์ตลาดน้ำมันไม่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเพดานการผลิตในการประชุมดังกล่าวที่สมาชิกโอเปค 12 ประเทศจากตะวันออกกลาง แอฟริกา และละตินอเมริการ่วมกันผลิตน้ำมันราวหนึ่งในสามของผลผลิตน้ำมันดิบโลก
หัวหน้าแผนกยุทธศาสตร์ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โลกของบริษัทบีเอ็นพี พาริบาส "นายแฮร์รี ชิลลิงกุยเรียน" กล่าวว่า ไม่น่าเป็นไปได้ที่โอเปคจะปรับเปลี่ยนเพดานการผลิต เนื่องจากทั้งอิหร่านและอิรักไม่น่าจะผลิตน้ำมันเพิ่มได้อย่างมีนัยสำคัญ สำหรับผลผลิตน้ำมันสำรองของโอเปคในปีหน้า
รัฐมนตรีน้ำมันอิหร่าน "นายไบจัน ซานกาเนห์" กล่าววานนี้ว่า อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นได้ทันที หากยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรหลังได้ข้อตกลงกับนานาชาติเรื่องโครงการนิวเคลียร์ ด้านรัฐมนตรีน้ำมันของอิรัก "นายอับเดลการิม อัล-ลูเอบี" กล่าวว่า อิรักหวังจะส่งออกน้ำมันดิบ 3.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีหน้า รวมทั้งน้ำมัน 4 แสนบาร์เรลต่อวันจากเคอร์ดิสถานในอิรัก หลังฟื้นตัวจากการนองเลือดที่กินเวลานานหลายปี
ส่วนผลผลิตของลิเบียลดลงอย่างรวดเร็วเหลือประมาณ 250,000 บาร์เรลต่อวัน จากระดับการผลิตปกติที่ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังจากประเทศตกอยู่ภายใต้การสู้รบระหว่างกลุ่มหัวรุนแรงกับกองทัพ





