ข้อมูลล่าสุดชี้ การส่งออกเมื่อเดือนก่อนของเกาหลีใต้ประเทศยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมยังไม่มีการเติบโต บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจทั่วโลกยังคงเปราะบาง
ข้อมูลจากรัฐบาลเกาหลีใต้ระบุว่า ยอดการส่งออกไปต่างประเทศของเกาหลีใต้ซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับ 7 ของโลก เพิ่มขึ้นเพียง 0.2% ในเดือนพฤศจิกายนเทียบกับปีก่อนในแง่ของค่าเงินดอลลาร์ ลดลงจากการคาดการณ์เฉลี่ยที่ 2.8% จากผลสำรวจนักวิเคราะห์ 13 คนโดยรอยเตอร์
นอกจากนี้ การเติบโตของยอดขายในจีน สหรัฐ และสหภาพยุโรปหรืออียู ต่างชะลอ ขณะที่ยอดส่งออกไป 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนลดลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วิกฤติการเงินโลกเมื่อช่วงปี 2551-2552
นายปาร์ค ซัง-ฮยอน นักเศรษฐศาสตร์ของเอชไอ อินเวสท์เมนท์ แอนด์ ซีเคียวริตีส์ กล่าวว่า ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่บางราย เช่น สหรัฐ กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัว แต่ยังไม่มากพอที่จะเพิ่มการลงทุนภาคเอกชนสำหรับการผลิตให้มากขึ้นและกระตุ้นการค้าทั่วโลกได้มากนัก
นายปาร์ค กล่าวด้วยว่า การค้าทั่วโลกจะยังคงมีแนวโน้มซบเซาอย่างน้อยในสองไตรมาสแรกของปีหน้า เนื่องจากการฟื้นตัวในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่จะได้แรงหนุนส่วนใหญ่จากการบริโภคสินค้าขนาดเล็กมากกว่าเครื่องจักร และสินค้าทุน
ข้อมูลดังกล่าวยังระบุว่า การส่งออกไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน ลดลง 11.2% ในเดือนพฤศจิกายนเทียบกับปีก่อน ย่ำแย่ที่สุดตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2552 เนื่องจากหลายประเทศรวมถึงอินโดนีเซียสูญเสียแรงขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว
อาเซียนนับเป็น 18% ของยอดการส่งออกทั้งหมดของเกาหลีใต้ เทียบกับจีน 27% และสหรัฐ 10% เกาหลีใต้เป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 4 ของเอเชียและเป็นประเทศที่มีซัพพลายเออร์สมาร์ทโฟนและชิพประมวลผลมากที่สุดในโลก
ข้อมูลของกระทรวงการค้าเกาหลีใต้ยังระบุด้วยว่า การนำเข้าของประเทศลดลง 0.6% ในเดือนพฤศจิกายนเทียบกับปีที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ย่ำแย่ที่สุดจากผลสำรวจของรอยเตอร์และเน้นให้เห็นว่าความต้องการภายในประเทศกำลังซบเซา
ทั้งนี้ ข้อมูลขององค์การการค้าโลก หรือ ดับเบิลยูทีโอ ระบุว่า การนำเข้าของสหรัฐลดลง 0.7% ในช่วงเดือนมกราคม-กันยายนเทียบกับปีก่อน ขณะที่กลุ่มประเทศในอียูนำเข้าน้อยกว่าส่งออก 4.1% ส่วนจีนนำเข้าเพิ่มขึ้น 7.3%





