เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวที่น่าสนใจ เมื่อรัฐบาลออสเตรเลียขวางการขายบริษัทเกรนคอร์ป ให้ยักษ์ใหญ่ธุรกิจเกษตรอเมริกัน
ข้อตกลงนี้ถูกมองว่าเป็นบททดสอบแรก หลังจากรัฐบาลอนุรักษ์นิยมของออสเตรเลีย ประกาศว่าเปิดกว้างสำหรับการทำธุรกิจ เมื่อนายโทนี แอบบอตต์ คว้าชัยในการเลือกตั้งช่วงเดือนก.ย.ที่ผ่านมา
เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้น เมื่อรัฐบาลออสเตรเลียปฏิเสธข้อเสนอมูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ที่จะขายบริษัทเกรนคอร์ปให้แก่อาร์เชอร์ แดเนียล มิดแลนด์ (เอดีเอ็ม) ยักษ์ใหญ่ธุรกิจเกษตรอเมริกัน โดยนายโจ ฮอคกี รัฐมนตรีคลัง กล่าวว่าภาคธุรกิจนี้ยังมีพลังในการขับเคลื่อน และหากต่างชาติเข้าถือครองบริษัทธัญพืชรายใหญ่ที่สุดทางตะวันออกของออสเตรเลีย ก็อาจบั่นทอนกระแสสนับสนุนการลงทุนจากต่างชาติโดยรวม
นายฮอคกีกล่าวว่านี่ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่จะเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้าถือครองกิจการ 100% เต็มในธุรกิจสำคัญของออสเตรเลีย อีกทั้งเมื่อมีการพิจารณาเพิ่มเติมจะพบว่าข้อเสนอนี้ก่อให้เกิดความวิตกในระดับสูงจากบรรดาผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและชุมชนในวงกว้าง ดังนั้นผมจึงตัดสินว่าการปล่อยให้ข้อเสนอเดินหน้า อาจเสี่ยงที่จะบั่นทอนกระแสสนับสนุนจากสาธารณชนในการลงทุนจากต่างประเทศ ดังนั้นสิ่งนี้จึงไม่เอื้อต่อประโยชน์ของประเทศ
การตัดสินใจดังกล่าวฉุดให้หุ้นของเกรนคอร์ปดิ่งลงกว่า 20% เหลือ 8.80 ดอลลาร์
นายฮอคกีกล่าวด้วยว่าคณะกรรมการทบทวนการลงทุนจากต่างชาติที่ประเมินข้อเสนอนี้ ก็มีความเห็นที่ต่างกันไปว่าควรอนุญาตให้มีการเข้าถือครองกิจการหรือไม่ เพราะข้อเสนอนี้เป็นหนึ่งในข้อเสนอที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ แต่ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจว่าอุตสาหกรรมการส่งออกธัญพืชออสเตรเลียยังอยู่ในกระบวนการผ่อนคลายกฎระเบียบ ซึ่งเริ่มต้นเมื่อปี 2551
รัฐมนตรีคลังระบุว่าแม้มีผู้เล่นใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดจำนวนหนึ่งและกำลังมีการจัดวางโครงสร้างพื้นฐานใหม่ แต่ยังต้องอาศัยเวลา
ข้อเสนอนี้เผชิญการคัดค้านอย่างหนักจากกลุ่มเกษตรกรและพรรคเนชันแนล ซึ่งเป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาลที่ประกาศว่าออสเตรเลียเปิดกว้างรับการทำธุรกิจหลังจากชนะการเลือกตั้งเดือนกย.
เอดีเอ็มมีโกดังกว่า 280 แห่ง และเทอร์มินัลเก็บธัญพืชตามท่าเรือ 7 แห่งจากทั้งหมด 10 แห่งในรัฐนิวเซาธ์เวลส์ ควีนส์แลนด์ และวิกตอเรียของออสเตรเลีย นายฮอคกีกล่าวว่าบรรดาเกษตรกรแสดงความวิตกว่าข้อเสนอเข้าถือครองจะทำให้การแข่งขันลดลงและเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงโกดัง โลจิสติก และเครือข่ายจัดจำหน่าย
ด้านเอดีเอ็มแสดงความผิดหวังกับการตัดสินใจดังกล่าว ทั้งที่บริษัทเพิ่มข้อเสนอขึ้นอีก 250 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย นายดอน เทย์เลอร์ ประธานบริษัท แถลงว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะมีผลต่อเนื่องเป็นที่รู้สึกได้ไม่เฉพาะกับผู้ถือหุ้นเท่านั้น แต่สำหรับทั้งอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม นายฮอคกีปฏิเสธคำพูดที่ว่ารัฐบาลไม่เปิดกว้างรับการลงทุน โดยระบุว่ารัฐบาลต้องการการลงทุนจากต่างชาติ แต่ต้องเป็นการลงทุนที่ไม่สวนทางกับผลปะรโยชน์ของประเทศ ขณะที่นายกรัฐมนตรีโทนี แอบบอตต์ สนับสนุนนายฮอคกีด้วยการระบุว่าข้อเสนอนี้เป็นเพียงข้อเสนอเดียวที่รัฐบาลไม่อนุมัติ จากทั้งหมด 131 ข้อเสนอลงทุนจากต่างชาติ พร้อมระบุว่ากระทรวงการคลังมีหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของประเทศ
ด้านนายบาร์นาบี จอยซ์ รัฐมนตรีเกษตรจากพรรคเนชันแนล ยินดีกับการตัดสินนี้ว่าช่วยปกป้องความมั่นคงด้านอาหารของประเทศ เพราะในช่วง 50 ปีหน้า โลกจะบริโภคอาหารมากกว่าประวัติศาสตร์ครั้งใดของมนุษยชาติ





